สะดวกแต่ไม่สบาย
แสดงความเห็นโดย phrajew บน มิถุนายน 13, 2006
ชีวิตในสังคมตะวันตกมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายนัก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนดูจะมีเครื่องมือเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เต็มไปหมด โดยปกติแล้ว ทุก ๆ เช้าเรามีหน้าที่ทำความสะอาดห้องอาบน้ำ เฉพาะพื้นที่เล็ก ๆ ไม่กี่ตารางเมตรนี้มีอุปกรณ์ในการทำความสะอาดไม่ต่ำกว่าสิบอย่างให้เลือกใช้
เช้าวันนี้เราช่วยเพื่อนขัดพื้นกุฏิเจ้าอาวาส เป็นเหตุให้คุยกันถึงสมัยเด็ก ๆ ที่เราต้องช่วยกันขัดพื้นและลงน้ำมันที่โรงเรียน เพื่อนชาวอเมริกันแสดงความประหลาดใจที่นักเรียนไทยมีหน้าที่ในการทำความสะอาดห้องเรียนทุกวัน
เราเล่าให้เพื่อนฟังเรื่องการขัดพื้นระเบียงหน้าห้องเรียนซึ่งที่มีพื้นที่กว้างพอที่จะให้นักเรียนทั้งโรงเรียนยืนเข้าแถวในเวลาฝนตกได้ กรรมวิธีดังกล่าวเริ่มด้วยการตั้งน้ำมันก๊าดให้เดือด (แน่อนว่าจะต้องมีครูคอยยืนควบคุมอยู่) แล้วเอาเศษเทียนใส่ลงไป จากนั้นก็ให้นักเรียนทั้งห้องช่วยกันขัดพื้นเป็นมหกรรมใหญ่
จำได้ว่าวิธีขัดที่นิยมกันมากคือการพับผ้าเป็นผืนสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แล้วให้ใครสักคนนั่งยอง ๆ ลงบนผ้า จากนั้นเพื่อนอีกสองคนก็ทำหน้าที่ลากแขนคนที่นั่งแล้ววิ่งปรู๊ดไปตามระเบียง วิธีอย่างนี้ทำให้ได้งานด้วยแถมสนุกด้วย ทุกคนก็เลยทำกันใหญ่
คนฟังที่มีสีหน้าทึ่งจัดให้ความเห็นว่าเราน่าจะลองต้มน้ำมันก๊าดกันบ้าง เพราะแว๊กซ์กระป๋องที่ใช้อยู่มีราคาราวสามสิบปอนด์หรือสองพันกว่าบาท และที่วัดก็มีเศษเทียนเหลือเยอะด้วย น่าจะเป็นการประหยัดได้อีกทางหนึ่ง แต่พอเพื่อนถามถึงอัตราส่วนที่จะใช้ในการผสม เราก็ไม่อาจจะตอบได้เพราะโดยปกติคนไทยเราใช้วิธีกะเอาคร่าว ๆ ทุกทีไป
ลืมเล่าไปว่าก่อนหน้าที่จะลงมือขัดพื้น เราต้องทำความสะอาดเพดาน เช็ดขอบหน้าต่าง ขัดกระจกและกวาดพื้นกันเสียก่อน กิจกรรมทั้งหมดนี้ใช้อุปกรณ์รวมแปดชนิด และต้องใช้เวลาอ่านคำแนะนำบนฉลากสินค้าเพื่อให้แน่ใจว่าใช้ได้ถูกต้องกับงานอีกเล็กน้อย ครั้นเสร็จงานทั้งหมดแล้วจึงใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าขัดพื้นให้เป็นเงางามสม่ำเสมอกันอีกทีหนึ่ง
ที่เล่ามาเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของความสะดวกในสังคมตะวันตกเท่านั้น หากเรามองไปในมุมอื่น ๆ เราก็จะพบเห็นทางเลือกของความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่หลากหลายในร้านอาหาร สินค้าต่าง ๆ ในห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งในร้านหนังสือหรือร้านขายเครื่องเขียนทั่วไป
สังคมไทยสมัยใหม่ก็ดูจะรับแนวคิดเรื่องความสะดวกนี้อย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน แม้ว่าเราอาจจะไม่มีสินค้าบางชนิดให้เลือกได้มากอย่างสังคมตะวันตกก็ตาม
หากดูเผิน ๆแล้ว การมีเครื่องมือเครื่องใช้มาก ๆ อย่างนี้ก็น่าจะสะดวกดี แต่เอาเข้าจริงแล้ว ในระหว่างการทำงานเราต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งในการเตรียมอุปกรณ์และเมื่อเสร็จแล้วก็ต้องขนอุปกรณ์ไปเก็บ ทั้งนี้ไม่นับเวลาที่เราไม่แน่ใจว่าควรจะใช้สารเคมีชนิดใดในการทำความสะอาดให้เหมาะสมกับบริเวณนั้นอีกต่างหาก รวมกันแล้วเวลาที่ทำความสะอาดจริงก็พอ ๆ กับเวลาที่เสียไปกับการอื่น ๆ
เป็นเรื่องน่าคิดว่าการมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้เลือกมากจะทำให้เราสบายขึ้นจริงหรือไม่ เพราะยิ่งมีทางเลือกมาก เรากลับต้องใช้เวลาไปกับการเลือกสิ่งดีที่สุด และเราไม่อาจจะแน่ใจได้เลยว่าเราเลือกได้ถูกต้องหรือไม่ และเมื่อเราเลือกความสะดวกบางอย่างแล้วดูเหมือนว่าเราจะต้องใช้ความพยายามทำให้สิ่งที่เราเลือกนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย
ยกตัวอย่างเช่นโทรศัพท์มือถือที่ทางเลือกให้ใช้ได้หลากหลายกว่าการสื่อสารด้วยโทรศัพท์แบบปกติ เราก็มักจะพยายามใช้ทางเลือกนั้นไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพ การฟังเพลงทั้ง ๆ ที่อาจจะไม่จำเป็นสำหรับเราในขณะนั้นเลยก็ได้ แต่เราก็จำเป็นจะต้องใช้ เพราะว่า “มันมีอยู่ให้เราเลือก”
อิสระในการเลือกที่ดูเหมือนจะไม่มีขีดจำกัดนี้จึงกลับกลายเป็นข้อจำกัดในตัวเองไปในขณะเดียวกัน
ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก เราก็จำเป็นต้องเลือกไปตามเท่าที่มี สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการสร้างความพอใจกับสิ่งที่มีโดยไม่ต้องพะวงว่ายังอาจจะมีสิ่งที่ดีกว่ารออยู่ข้างหน้าหรือไม่ ผลที่ได้รับคือเราสามารถมีความสุขความสบายใจกับชีวิตที่เรียบง่ายในปัจจุบันได้มากกว่าคนที่พยายามไขว่คว้าหาทางเลือกให้ได้มาก ๆ ด้วยซ้ำไป
ท่ามกลางชีวิตสมัยใหม่ที่ทำให้เราต้องวิ่งไปตามเทคโนโลยีและความสะดวกในแง่มุมต่าง ๆ เราจึงควรจะต้องเตือนตัวเองด้วยว่า ความสะดวกอาจจะไม่ได้มากับความสบายเสมอไป
BitterJinny กล่าว
เห็นด้วยค่ะ เราก็เป็นคนหนึ่งที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในสังคมตะวันตก
อุปกรณ์มากมาย สะดวกนะ แต่ไม่สบาย เสียเวลาส่วนหนึ่งกับการ
ทำความเข้าใจในหลายๆสิ่ง โหยหาประเทศไทยมาก
อยากให้สะดวก กับสบายรวมเข้าด้วยกัน ในปริมาณที่กลางๆ
คงเป็นความลงตัวที่พอดี ไม่มากไม่น้อย