The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

Archive for มีนาคม 23rd, 2007

ความสำเร็จสูงสุดของชีวิต

แสดงความเห็นโดย phrajew บน มีนาคม 23, 2007

 

สมัยเรียนชั้นมัธยมปลาย มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลาและเคยสอบได้คะแนนในระดับหนึ่งในสิบของประเทศ  นอกจากนี้ยังเป็นนักเปียโนมือเยี่ยมที่สอบผ่านระดับสูงสุดของทรินิตี้คอลเลจได้เป็นคนแรกในภาคเหนืออีกด้วย  ชื่อเสียงของรุ่นพี่คนนี้มักจะขจรขจายให้ได้ยินอยู่เสมอ ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกทึ่งและอดที่จะอิจฉาไม่ได้  ใครเล่าจะพรั่งพร้อมได้ถึงขนาดนั้น 

อย่างไรก็ตาม หลังจากเรียนจบมัธยมปลายได้หมาด ๆ  ยังไม่ทันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่สอบได้  รุ่นพี่คนนี้ก็เดินออกจากบ้านในกลางดึกของคืนวันหนึ่ง แล้วกระโจนใส่รถที่กำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง  ชีวิตที่อยู่ในวัยรุ่งโรจน์จึงลับล่วงไปในชั่วพริบตา  เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังข้ามปีของโรงเรียนในสมัยนั้น

 

แม้จะมีคนเดากันว่าเป็นปัญหาในครอบครัว  แต่ก็ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงว่า อะไรกันแน่ทำให้รุ่นพี่คนดังกล่าวตัดสินใจฆ่าตัวตาย  คนที่ได้รับรู้เรื่องนี้ต่างพากันมึนงงและเศร้าใจที่คนมีคุณสมบัติมากขนาดนั้นต้องมาด่วนจากโลกนี้ไป

 

ย้อนหลังไปกว่านั้น ในสมัยเรียนมัธยมต้นมีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต  เพื่อนที่ว่านี้เป็นเสมือนคู่แข่งขันทางการเรียนเพราะมักจะได้คะแนนสูสีกันเสมอ  อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันและทำให้บรรยากาศในห้องเรียนดูว่างเปล่าไปถนัดใจ  รางวัลเรียนดีที่ได้ในแต่ละปีหลังจากนั้นดูจะด้อยความหมายลงไปไม่น้อย  เพราะอดนึกในใจไม่ได้ว่า หากเพื่อนคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้

 

เมื่อมองย้อนหลังไป ความตายของบุคคลทั้งสองดูจะมีอิทธิพลต่อความนึกคิดในวัยเยาว์อยู่ไม่น้อย  เพราะด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดีมาแต่ไหนแต่ไร  ความใฝ่ฝันในชีวิตจึงไม่ต่างกัน คือ อยากได้ชื่อว่าเป็นคนเรียนเก่งและมีความสามารถเป็นที่ยอมรับของใคร ๆ  รวมทั้งเป็นที่น่าชื่นชมและน่าอิจฉาในแวดวงเพื่อนฝูง  แต่เมื่อคนที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความสำเร็จต้องเสียชีวิตไปกระทันหันอย่างนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่า ความสำเร็จดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตจริงหรือไม่ 

 

แม้สมัยนั้นจะยังไม่อาจคิดวิเคราะห์ได้อย่างทุกวันนี้  แต่รู้สึกได้ชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ชีวิตเป็นเพียงเท่าที่เห็น  และต้องการแสวงหาอะไรบางอย่างที่ลึกไปกว่าความสำเร็จทางการเรียนหรือหน้าที่การงาน   ด้วยเหตุนี้จึงชอบอ่านหนังสือในเชิงปรัชญาและมีความคิดผิดแผกจากเพื่อนรุ่นเดียวกัน  น่าจะเป็นนักเรียนคนเดียวภายในรุ่นที่อ่านหนังสือของท่านอาจารย์พุทธทาสมาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมต้น

 

เมื่อได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมแล้วจึงเข้าใจได้ว่า  ชีวิตไม่เคยสร้างความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยมให้ใครได้เลย เพราะไม่ว่าจะประสบความสำเร็จในเรื่องใด ก็จะยังมีเรื่องอื่นให้ไขว่คว้าดิ้นรนอยู่อีกร่ำไป  หลายคนที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในสายตาของคนอื่นจึงอาจจะไม่ได้พึงพอใจอย่างที่คิดกัน  ในทางตรงกันข้ามอาจยิ่งรู้สึกผิดหวังและกดดันต่อตัวเองที่ล้มเหลวในบางเรื่องก็เป็นได้

 

ดังรุ่นพี่มัธยมปลายคนดังกล่าว เมื่อมองย้อนหลังไปกลับรู้สึกว่าน่าสงสาร  หากได้รู้วิธีการจัดการกับจิตใจของตัวเองที่ดีกว่านั้น  เขาก็อาจจะผ่านพ้นปัญหาหนักหน่วงทางใจไปได้  และอาจจะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ ได้อีกมาก   

เมื่อระลึกถึงความตายด้วยท่าทีเช่นนี้ได้ บุคคลที่ล่วงลับไปก็เป็นดั่งผู้มีพระคุณของเรา เพราะทำให้เกิดความนึกคิดอันนำไปสู่การปฏิบัติธรรม และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เลือกใช้ชีวิตอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  ดังนั้น ไม่ว่าบุคคลทั้งสองจะสถิตอยู่ ณ แห่งหนใด ก็ขอให้ได้รับอานิสงส์แห่งการปฏิบัติธรรมทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคตด้วยเทอญ 

 

หมายเหตุสำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติสมาธิภาวนา 

เนื้อหาของข้อเขียนนี้เป็นส่วนหนึ่งจากการภาวนาเพื่อระลึกถึงผู้มีอุปการคุณต่อชีวิต  (recollections of gratitude)  โดยระลึกถึงประโยชน์ที่ได้รับจากบุคคลต่าง ๆ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม จากนั้นก็น้อมอุทิศส่วนกุศลจากการปฏิบัติธรรมไปให้บุคคลนั้น  ใจของผู้ปฏิบัติจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกขอบคุณต่อชีวิต  นับเป็นหัวข้อในการภาวนาอย่างหนึ่งเพื่อเตรียมใจให้เหมาะกับการปฏิบัติธรรมขั้นสูงต่อไป

เขียนแล้วใน Dhamma, Life in general | 4 Comments »