The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

นั่งดูวันเวลาที่เคลื่อนไป

Posted by phrajew บน มิถุนายน 23, 2006

วันนี้รายการข่าวของสถานีวิทยุบีบีซีเปิดเสียงคลื่นซัดหาดทรายให้ได้ยินตั้งแต่เช้าตรู่  พร้อมกับเพลงเก่ายุค 60s เพื่อตั้งคำถามว่า ในวันที่สดใสอย่างนี้ คุณจะมีโอกาสไปนั่งอยู่ชายทะเลหรือเปล่า จับเนื้อหาของเพลงได้เลา ๆ แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ จึงลองค้นเนื้อเพลงทางอินเตอร์เน็ตดู

เพลงนี้ชื่อ Sitting on the Dock of the Bay แต่งโดย Otis Redding นักร้องชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันในราวปีค.ศ. 1967 โดยเนื้อหาของเพลงน่าจะกล่าวถึงคนที่ไม่ต้องการทำอะไรตามความคาดหวังของคนอื่น จึงหนีมานั่งดูคลื่นลมตามลำพัง (I'm just sitting on the dock of the bay, wasting time) 

Sitting in the morning sun

I'll be sitting when the evening comes

Watching the ships roll in

And I watch 'em roll away again

 

Sitting on the dock of the bay

Watching the tide roll away

I'm just sitting on the dock of the bay

Wasting time

 

I left my home in Georgia

Headed for the 'Frisco bay'

Cause I had nothin to live for

And look like nothing's gonna come my way

 

Look like nothing's gonna change

Everything still remains the same

I can't do what ten people tell me to do

So I guess I'll remain the same

 

Sittin here resting my bones

And this loneliness won't leave me alone

It's two thousand miles I roamed

Just to make this dock my home

 

Now, I'm just…

Sitting on the dock of the bay

Watching the tide roll away

I'm just sitting on the dock of the bay

Wasting time

 

คงมีบางจังหวะของชีวิตที่เรารู้สึกเหนื่อยล้ากับสิ่งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต  คนรอบข้างอยากให้เราทำในสิ่งที่เราเองไม่อยากจะทำ  และเรารู้สึกได้รับแรงกดดันจากความเป็นไปในสังคมบางอย่าง  เราคงอยากที่จะหนีไปไหนไกล ๆ สักที่หนึ่ง  เพื่อไปให้พ้น ๆ จากความอึดอัดคับข้องใจนั้นเสียที 

อย่างไรก็ตาม  เรากลับได้พบว่าการหลีกหนีสามารถบรรเทาปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น  เมื่อเราต้องอยู่กับตัวเองนาน ๆ เข้า  ความรู้สึกนึกคิดของเราก็กลับวนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า  และยิ่งทำให้รู้สึกแย่ลงกว่าเดิมทุกที 

ที่เป็นอย่างนี้เพราะเราคิดไปว่า  หากเราหลีกหนีไปจากสถานที่ที่ก่อให้เกิดปัญหา  ความยุ่งยากทั้งหลายคงจะหมดไป  แต่หารู้ไม่ว่าปัญหาต่าง ๆ นั้นมีรากลึกอยู่ภายในใจของเรานี่เอง  ดังนั้น ไม่ว่าเราจะหนีไปไกลสักเพียงใด  เราก็ไม่อาจจะหนีใจของเราไปได้พ้น  และในบางคราว หากยิ่งหนี ก็ดูเหมือนจะยิ่งต้องเผชิญหน้ากับตัวเองมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีเรื่องอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจอย่างที่เคยเป็นมา 

การอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริงเป็นศิลปะของการใช้ชีวิตประการหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝน  เพราะไม่ได้หมายถึงการนั่งอยู่เฉย ๆ เพื่อปล่อยให้เวลาผันผ่านไป  หากเป็นการหยุดนิ่งเพื่อที่จะเฝ้ามองและฟังเสียงข้างในตัวเอง  เพื่อทำความเข้าใจสุขทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจของเราอย่างแจ่มชัด 

การหยุดนิ่งที่ว่านี้ทำได้ไม่ง่ายนัก  โดยเฉพาะเมื่อเราตั้งความคาดหวังกับตัวเองไว้สูงเกินไป  เมื่อเราได้พบความจริงว่าความทุกข์ทรมานภายในใจนั้นมีที่มาจากตัวเราเองมากกว่าจะมาจากเหตุอื่น ๆ ที่อยู่ภายนอก  จึงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ  อย่างไรก็ตาม มีเพียงการเผชิญหน้ากับตัวเองอย่างสงบนี้เท่านั้นที่จะทำให้เราเริ่มยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง  และเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง 

ใคร ๆ ก็คงรู้ว่า  เราอาจจะ นั่ง อยู่ชายทะเลตามลำพังได้โดยไม่ลำบากนัก  แต่หากเราไม่สามารถที่จะ นิ่ง อยู่กับตัวเองได้  คงเป็นเรื่องยากที่จะหาความสุขความพอใจในชีวิต 

หมายเหตุ  เพลงนี้ Otis Redding แต่งขึ้นระหว่างพักร้อนที่โรงแรมลอยน้ำแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย โดยเขียนเนื้อเพลงลงบนกระดาษเช็ดมือของโรงแรม  ต่อมาเขาอัดลงแผ่นเสียงในราวต้นเดือนธันวาคม ค.ศ 1967  และถัดจากนั้นเพียงสามวันเขาก็ได้ หนี จากโลกนี้อย่างแท้จริง  เมื่อเครื่องบินที่เขาโดยสารมาตกลงในทะเลสาบที่รัฐวิสคอนซิน   

หลังจาก Otis เสียชีวิตลง  เพลงนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและสามารถขึ้นไปจนถึงอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงทั้งฝั่งอเมริกาและอังกฤษ   และกลายเป็นเพลงฮิตของยุค 60s และ70s ไปในที่สุด  คนที่ชอบดูภาพยนตร์อาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับเพลงนี้  เพราะเคยเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์โด่งดังเรื่อง Top Gun  ที่ทำรายได้ถล่มทลายในเมืองไทยยุคหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: