The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

เมตตาไม่มีประมาณ

Posted by phrajew บน มิถุนายน 25, 2006

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของพระเซนรูปหนึ่ง ท่านมีชื่อเป็นที่รู้จักกันในบรรดาลูกศิษย์ลูกหาว่า มาสเตอร์ซูยุ่น คำว่ามาสเตอร์เป็นคำเรียกขานครูบาอาจารย์ทางพุทธนิกายเซน หมายถึงการเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของลูกศิษย์ หากจะเทียบกับวัฒนธรรมไทยก็คงจะใกล้เคียงกับคำว่า พระอาจารย์ หลวงพ่อ หรือหลวงปู่ที่เรียกขานกันด้วยความเคารพรัก

 มาสเตอร์ซูยุ่นนั้นมีอายุยืนยาวมาก ท่านเกิดในราวปีค.ศ. 1840 (พ.ศ. 2383) ซึ่งกับช่วงสงครามฝิ่นในประเทศจีนพอดี ชีวิตของท่านได้ผ่านเหตุการณ์ผันผวนและความเปลี่ยนแปลงนานัปการ ในช่วงห้าแผ่นดินสุดท้ายของราชวงศ์แมนจู และได้เป็นประจักษ์พยานต่อการก่อร่างสร้างตัวของรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน ก่อนที่ท่านจะมรณภาพลงในปีค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502 ) รวมอายุได้ทั้งหมด120 ปีพอดี

ในปีพ.ศ. 2494 กองทหารคอมมิวนิสต์ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรมได้เข้าไปยึดพระอารามเก่าแก่ที่มาสเตอร์ซูยุ่นได้ไปบูรณปฏิสังขรณ์ เพราะถือว่าท่านอยู่ในฝ่าย “ขนบ” ฝ่ายทหารได้จับตัวท่านขังไว้หลายวันโดยไม่มีทั้งอาหารและน้ำ ระหว่างการสอบสวนท่านถูกทุบตีอย่างไร้ความปราณี รายละเอียดของทารุณกรรมครั้งนี้มีลูกศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าอย่างละเอียดในหนังสือรวบรวมชีวประวัติของท่าน แต่ดูโหดร้ายเกินกว่าจะนำมาเล่าในที่นี้ได้

ผลจากการทำร้ายนั้นทำให้กระดูกซี่โครงของท่านหักและเลือดไหลไม่หยุด ท่านถูกโยนทิ้งไว้โดยไม่มีใครไยดีและต้องล้มป่วยลงถึงขั้นปางตาย เราคงต้องไม่ลืมว่าในขณะนั้นท่านมีอายุ 112 ปีแล้ว คนที่อายุน้อยกว่าท่านก็ยังยากที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่โหดร้ายอย่างนี้ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง ท่านก็ได้รับการรักษาพยาบาลโดยลูกศิษย์ลูกหาภายในวัด คนที่อยู่ใกล้ชิดสังเกตว่าแม้ท่านจะทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดมากมายเพียงใด ท่านก็ดูเหมือนจะพยายามรักษาชีวิตให้รอดอย่างถึงที่สุด ลูกศิษย์ที่ทนเห็นท่านได้รับความเจ็บปวดไม่ไหวก็ไปขอร้องท่านให้ยอมมรณภาพ ขออย่าได้เป็นห่วงเรื่องภาระที่ยังคั่งค้าง ไม่ว่าจะเป็นการบูรณะอารามหรือการจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในวัด ลูกศิษย์ทั้งหลายขอรับอาสาที่จะดูแลต่อไปเอง ถ้าท่านอาจารย์ไม่อาจจะทนทานได้ไหวแล้วก็ขอให้ท่านได้จากไปอย่างสงบเถิด

มาสเตอร์ซูยุ่นได้ฟังคำขอร้องของลูกศิษย์แล้วก็กล่าวขอบคุณ แต่บอกว่าท่านยังจากไปไม่ได้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่ายังเป็นห่วงเรื่องภาระต่าง ๆ แต่ท่านเกรงว่าหากมรณภาพลงในตอนนี้ คนที่ทำร้ายท่านจะต้องได้รับกรรมหนักเพราะได้ทำร้ายพระสงฆ์จนถึงแก่มรณภาพ ถ้าท่านพยายามรักษาตัวเองให้มีชีวิตรอดไปอีกระยะหนึ่ง แล้วมรณภาพไปด้วยเหตุอื่น กรรมของคนเหล่านั้นก็จะบางเบาลง

ด้วยเหตุนี้ มาสเตอร์ซูยุ่นจึงฟื้นตัวจากการล้มป่วยอย่างหนัก และมีชีวิตยืนยาวต่อมาอีกแปดปี ก่อนที่จะล้มป่วยลงอีกครั้งและมรณภาพโดยอาการสงบในช่วงบ่ายของวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2502

ขออนุญาตคัดคำกล่าวในวาระสุดท้ายของมาสเตอร์ซูยุ่น ที่มีต่อพระอุปัฏฐากในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนการมรณภาพ มาให้อ่านดังนี้

“You have been with me for years and I have been deeply moved by your hardship and suffering. It is useless to speak of past events but in the last ten years I have drunk from the cup of bitterness and have been shocked by distrust and peril.

I have endured slander and injustice so that the holy sites in this country can be maintained, the best tradition and rules of pure living can be preserved and the Sangha robe kept intact.

I have risked my life to fight for this Sangha robe! You are my close disciples and know all that has happened. Later on if you stay in thatched huts or go to other monasteries, you should always keep this Sangha robe as a symbol of our faith, but how to preserve it? The answer is in the word ‘sila’.”

คนที่อ่านเรื่องนี้แล้วเกิดความรู้สึกตื้นตัน พึงได้รับคำอนุญาตให้น้ำตาไหลได้

หมายเหตุ ชีวประวัติของมาสเตอร์ซูยุ่นหาอ่านได้จาก “Empty Cloud: The Autobiography of The Chinese Zen Master Xu Yun”  or  visit this website:

http://www.dabase.net/empcloud.htm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: