The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

เรื่องกล้วยที่ไม่กล้วย

Posted by phrajew บน สิงหาคม 3, 2006

 

กล้วยนั้นไม่ใช่พืชเมืองหนาว แต่เชื่อหรือไม่ว่าเราสามารถพบเห็นกล้วยได้ทั่วไปตามร้านค้าในเมืองอังกฤษ  เป็นเรื่องน่าฉงนว่าทำไมที่นี่ถึงมีพืชผักผลไม้นานาชนิดจากประเทศเขตร้อนให้บริโภคกันอย่างแพร่หลาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยซึ่งดูจะมีราคาไม่แพงนัก เมื่อเทียบกับระยะทางขนส่งอันยาวไกล   

แท้ที่จริงแล้ว กล้วยซึ่งเป็นผลไม้ที่บริโภคกันมากที่สุดในโลกนั้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี่เอง  นอกจากกล้วยป่าที่ขึ้นตามธรรมชาติแล้ว  ดินแดนบ้านเรายังมีกล้วยที่ปลูกกันอีกหลายหลายชนิดจนนับกันไม่ไหว  เวลาเห็นกล้วยในต่างแดนจึงรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าไม่มีผิด  ถึงแม้จะพบแต่กล้วยหอมที่เป็นสีเหลืองทองอยู่แบบเดียวก็ตาม

ถึงแม้ว่ากล้วยจะถือกำเนิดในแถบบ้านเรา  แต่ประเทศที่ผลิตกล้วยเพื่อส่งออกกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันกลับเป็นประเทศในแถบละตินอเมริกาหรือแถบแคริบเบียนโน่น  เศรษฐกิจของประเทศอย่างเอควาดอร์ คอสตาริกา กัวเตมาลา โคลัมเบีย ปานามา โดมินิกันและอีกหลายประเทศนั้นขึ้นอยู่กับกล้วยจนอาจเรียกได้ว่าเป็น ประเทศกล้วย  โดยเป้าหมายหลักในการส่งออกก็ย่อมหนีไม่พ้นสหรัฐอเมริกาและประเทศในแถบยุโรป 

การทำให้กล้วยมีราคาถูกพอที่คนอังกฤษทั่วไปจะซื้อหากันได้นั้น เกิดจากความเหลื่อมล้ำทางการค้าอย่างไม่ต้องสงสัย  บริษัทขนาดยักษ์ที่นำผลไม้เข้ามาในอเมริกาและยุโรปได้พยายามติดต่อการค้ากับประเทศโลกที่สามโดยตรง  ว่ากันว่าห้างสรรพสินค้าหลายห้างในอังกฤษมีพื้นที่เพาะปลูกกล้วยในประเทศเหล่านั้นด้วยซ้ำ 

ที่ผ่านมาบริษัทเหล่านี้พยายามเข้าไปแทรกแซงการเมืองในประเทศเหล่านั้นด้วย เพื่อจะได้มีส่วนในการกำหนดนโยบายการส่งออกที่เอื้อประโยชน์กับตนมากที่สุด  เรื่องทำนองนี้ฟังดูออกจะคุ้นเคยชอบกลสำหรับคนที่มาจากประเทศแห่งหนึ่งทางเอเชีย 

ตำนานการค้ากล้วยนั้นผูกพันกับการเมืองมาตั้งแต่ต้น  ในราวต้นศตวรรษที่ 19 บริษัทรับเหมาก่อสร้างของสหรัฐได้รับสัมปทานที่ดินสองข้างรถไฟในคอสตาริกาเป็น ค่าจ้างก่อสร้าง  บริษัทได้ใช้พื้นที่ทั้งหมดราว 3200 ตารางกิโลเมตรในการปลูกกล้วยเพื่อส่งออก  และทำกำไรได้อย่างมหาศาล  นับแต่นั้นบริษัทยูไนเต็ดฟรุตก็ได้ก่อตั้งและกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการค้ากล้วยในประเทศแถบคาริบเบียนไป 

ในปีพ.ศ. 2444 การค้ากล้วยของบริษัทยูไนเต็ดฟรุตมีมูลค่าสูงกว่าสองร้อยล้านเหรียญสหรัฐ  และกลายเป็นบริษัทที่มีการจ้างแรงงานมากที่สุดในประเทศแถบนั้น  บริษัทแห่งนี้ได้รับสมญานามว่า ไอ้ปลาหมึกยักษ์จากผลงานการค้าที่ผูกขาดและกดขี่แรงงานท้องถิ่น ในนวนิยายของนักเขียนรางวัลโนเบลเรื่อง หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว ได้กล่าวการประท้วงของคนงานในไร่กล้วยซึ่งถูกสังหารไปเป็นจำนวนมาก  ว่ากันว่าเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่บริษัทเรืองอำนาจ 

อย่างไรก็ตาม ในปีพ.ศ. 2518  ก็มีการพบว่า บริษัทยูไนเต็ดฟรุตติดสินบนรัฐบาลเผด็จการฮอนดูรัสจำนวนมากกว่าสองล้านเหรียญสหรัฐเพื่อแลกเปลี่ยนกับการลดหย่อนภาษีกล้วย  คดีดังกล่าวนี้สิ้นสุดลงด้วยการที่ประธานบริษัทฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงมาจากตึกชั้นที่ 44 และรัฐบาลเผด็จการถูกล้มล้างไป  ต่อจากนั้นอีกไม่นาน บริษัทยูไนเต็ดฟรุตก็ถึงกาลล่มสลายไปในที่สุด 

ทุกวันนี้ การค้ากล้วยอาจไม่มีการกดขี่แรงงานเท่ากับในอดีต  แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กล้วยได้กลายเรื่องการเมืองที่ต้องช่วงชิงไหวพริบข้ามประเทศกันอย่างแยกไม่ออก การเดินทางของผลไม้ที่แสนจะดูธรรมดาอย่างกล้วยจึงกลายเป็นเรื่องซับซ้อนกว่าที่ใคร ๆ จะคาดคิด   

เรื่องทั้งหมดนี้มีที่มาจากกล้วยที่โยมเอามาถวายในเช้าวันหนึ่ง แล้วพบว่ามาจากประเทศคอสตาริกา  แต่จะขอกระซิบดัง ๆ ว่ากล้วยในเมืองอังกฤษนั้น ถึงอย่างไรก็ไม่อร่อยเอาเสียเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: