The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

สถานการณ์ไม่สร้างทุกข์

Posted by phrajew บน สิงหาคม 11, 2006

ฤดูร้อนในอังกฤษมีช่วงเวลากลางวันที่ยาวกว่าปกติ เพราะกว่าพระอาทิตย์จะตกดินก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว  บางวันตื่นขึ้นมาแล้วตกใจ คิดว่าสายมากแล้ว แต่พอดูนาฬิกากลับเพิ่งจะตีห้าเท่านั้น  เรื่องนี้จะปรับอย่างไรก็ยังไม่คุ้นสักที 

ในช่วงเช้านั้นดูจะไม่มีปัญหาสักเท่าใดนัก  เพราะชีวิตพระป่าคุ้นกับการตื่นแต่เช้ามืดอยู่แล้ว  การได้ตื่นมาในเวลาใกล้เคียงกับปกติแล้วพบว่าท้องฟ้าเริ่มสว่างไสว  ถือว่าเป็นกำไร เพราะทำให้รู้สึกสดชื่นและตื่นเต็มตา เวลานั่งสมาธิก็ไม่ค่อยง่วงเหงาหาวนอนอย่างที่มักจะเป็นในเวลาเช้ามืดของเมืองไทย

แต่ช่วงเวลาที่พยายามปรับอย่างไรก็ไม่ชินสักทีคือ ช่วงทำวัตรเย็นตอนหนึ่งทุ่มครึ่ง  บรรยากาศเหมือนตอนบ่ายสี่โมงเย็นในเมืองไทยอย่างไม่มีผิดเพี้ยน  จะมีบางวันที่อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนก็ค่อยรู้สึกว่าใกล้เคียงกับเวลาหัวค่ำหน่อย  ทำให้ต้องคอยพะวงอยู่กับนาฬิกาอยู่พอสมควร  เพราะเกรงว่าจะไปทำวัตรเย็นไม่ทัน 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า  แล้วมันเป็นเรื่องใหญ่ที่ตรงไหน  เพราะแค่ดูนาฬิกาก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้แล้ว

แต่ความเป็นจริงพบว่าไม่อาจจะแก้ปัญหาได้ง่ายอย่างนั้น  เพราะตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่อยู่ในวัดป่า  ได้สร้างแบบแผนการรับรู้เอาไว้ว่า  เมื่อบรรยากาศยามเย็นเริ่มสลัวลง  ก็จะถึงเวลาทำวัตรสวดมนต์เย็นและนั่งสมาธิ  โดยกว่าจะถึงช่วงนั่งสมาธิหรือฟังธรรมนั้นก็มืดไปแล้วทุกที  ทำให้เกิดความเคยชินที่นั่งสมาธิในความมืดสลัว  (ต้องไม่ลืมว่า วัดป่าส่วนใหญ่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง)  ดังนั้น การนั่งสมาธิช่วงเย็นในท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ยังคงจัดจ้า จึงสร้างรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ไม่น้อย

การเชื่อมโยงประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตอาจสั่งสมเป็นความเคยชินโดยที่เราไม่รู้ตัว  เวลาที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงจึงทำให้ประจักษ์ถึงความเคยชินนี้มากขึ้น  หากปรับใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ย่อมจะรู้สึกหงุดหงิดขุ่นเคืองที่ มันไม่เป็นอย่างที่เคยเป็น  ลักษณะเช่นนี้เป็นการปล่อยให้เงื่อนไขภายนอกมากำหนดความเป็นไปภายในใจ  และทำให้เราเป็นเสมือน ทาสของสถานการณ์อย่างไม่รู้ตัว 

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของความทุกข์เช่นนี้คือการทำให้เรามองเห็นความเป็นทาสของสถานการณ์ชัดเจนขึ้น  และรู้จักปล่อยวางความเคยชิน ให้สามารถคลายบทบาทในการสร้างทุกข์ให้กับตัวเองลง  จากนั้นเราก็ปล่อยชีวิตให้เป็นไปอย่างที่มันจะเป็น โดยมีความสนุกสนานกับการเฝ้ามองตัวเองมากยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตามเพิ่งได้รับข่าวดีมาว่า  พอย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วง ช่วงกลางวันจะสั้นลงเรื่อย ๆ  ครั้นพอถึงฤดูหนาวฟ้าจะเริ่มมืดตั้งแต่ห้าโมงเย็นและกว่าจะสว่างก็หลังเจ็ดโมงเช้า  ในช่วงนั้นอากาศจะเย็นเฉียบ ต้นไม้จะสลัดใบทิ้งและจะไม่ได้เห็นสีเขียวของแมกไม้อย่างที่เป็นอยู่  ภาวะอย่างนี้ยิ่งต่างจากเมืองไทยชนิดตรงกันข้าม 

เมื่อถึงตอนนั้น  ค่อยปรับความเคยชินอีกทีก็แล้วกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: