The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

สมาธิสำเร็จรูป

Posted by phrajew บน สิงหาคม 18, 2006

              

                 ความบันเทิงอย่างหนึ่งในการติดตามความเป็นไปของพุทธศาสนาแบบตะวันตกคือ การพลิกดูหน้าโฆษณาในนิตยสารเชิงธรรมะซึ่งมีอยู่มากมายหลายฉบับ เพราะมักจะพบ สินค้าทางธรรมะที่ดูพิสดารเกินความคาดคิดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์ประกอบการนั่งสมาธิที่เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้

                เฉพาะเบาะรองนั่งอย่างเดียว มีโฆษณาไม่ต่ำกว่ายี่สิบชิ้น ต่างออกแบบเพื่อจูงใจลูกค้ากันเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นแบบกลม แบบเหลี่ยม แบบนั่งคุกเข่า แบบทูอินวัน แบบที่ทำด้วยวัสดุธรรมชาติ แบบที่ทำด้วยพลาสติกรีไซเคิล  แบบที่ไม่ใช้ขนไก่ และแบบออร์กานิคพลัสแฟร์เทรด!  ทุก ๆ แบบต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้นั่งสมาธิได้ดีกันทั้งนั้น  ไม่เชื่อก็ลองดูภาพนายแบบนางแบบที่นั่งหลับตาพริ้ม หลังตรงแน่ว ท่าทางเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในสวรรค์ชั้นใดชั้นหนึ่งเป็นประจักษ์พยานก็แล้วกัน 

                นึกสงสัยว่าใครกันหนอจะถูกหลอกได้ง่ายขนาดนั้น  เพราะแค่ลองฝึกสมาธิดูสักระยะก็จะพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เบาะรองนั่งเลยแม้แต่น้อย  ต่อให้มีเบาะรองนั่งที่ดีที่สุดในโลก แต่ภายในใจไม่สงบ เบาะนั้นก็ไม่มีความหมาย  และถ้ารู้สึกสงบแล้ว  แม้จะนั่งบนพื้นหินแข็ง ๆ ก็นำไปสู่สมาธิขั้นสูงได้

                พอถามไปแล้วก็มีเสียงตอบจากคนอังกฤษที่อยู่ใกล้ตัวว่า ก็คนอเมริกันนั่นไงที่เป็นลูกค้ารายใหญ่  เรื่องนี้เห็นท่าจะจริงเพราะมีสถิติยืนยันว่า คนอเมริกันหลายล้านคนกำลังฝึกสมาธิกันอยู่  ถ้ามองในแง่การตลาด  จำนวนคนที่มากขนาดนี้ถือเป็นตลาดใหญ่ที่ชวนให้ลงทุนได้ไม่น้อยเลย  จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้พบหนังสือธรรมะที่หลากหลายรูปแบบ หลักสูตรวิปัสสนาทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามสถานที่ต่าง ๆ  ทั้งในสายธิเบต เซนและพุทธแบบเถรวาท  อีกทั้งร้านขายวัสดุอุปกรณ์ประกอบการนั่งสมาธิออนไลน์ ทุกอย่างดูจะทำรายได้กันอย่างมหาศาล ศูนย์วิปัสสนาแห่งหนึ่งมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่าแปดสิบล้านบาท

                ว่ากันว่าอาชีพที่ทำรายได้ดีอย่างหนึ่งในอเมริกาคือ การเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนา ยิ่งถ้ามีความรู้ทางจิตวิทยาด้วยแล้ว สามารถให้บริการเป็นรายบุคคลและคิดค่าธรรมเนียมต่อชั่วโมงแบบนักจิตบำบัดได้  ข้อความที่ต่อท้ายชื่อของอาจารย์เหล่านี้มักจะระบุในทำนองว่าฝึกสมาธิมาแล้วกี่ปี โดยได้รับการฝึกฝนจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียงคนนั้นคนนี้ และได้รับการสืบทอดโดยตรงจากสายนั้นสายนี้ เป็นต้น  ยิ่งถ้าระบุว่าเดินทางมาฝึกฝนในแถบเอเชีย ดูจะยิ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

                โฆษณาชิ้นล่าสุดที่เห็นแล้วอดอุทานในใจไม่ได้ว่า นึกแล้วเชียวว่าจะต้องมีแบบนี้’ ‘Aha, it’s exactly what I’m expecting for!’ เป็นหลักสูตรปฏิบัติธรรมแบบสำเร็จรูปที่เรียกว่า DIY (Do it Yourself) เรื่องการยอมรับตัวเองแบบไม่มีเงื่อนไข ของเชรี่ ฮูเบอร์  คนที่ต้องการจะเรียนสามารถทำได้ง่ายดายด้วยการซื้อแผ่นซีดีบันทึกเสียงการบรรยายของวิทยากรชื่อดังคนนี้  แล้วทำตามคำแนะนำในแผ่นซีดี  เพียงแค่หกชั่วโมงเท่านั้น เราก็สามารถเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเองได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และทำให้มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น

                ฟังดูแล้วราวกับบะหมี่สำเร็จรูป  แค่เทน้ำร้อนลงไปก็บริโภคได้เลย  สะดวกสบายอะไรเช่นนี้  เห็นแล้วว่าวัฒนธรรมบริโภคแบบอเมริกันระบาดไปได้ทั่วทุกหย่อมหญ้า ไม่เว้นแม้กระทั่งดินแดนแห่งธรรมะ 

                จำได้ว่าสมัยบวชใหม่ ๆ ใช้เวลานานนับปี กว่าจะเรียนรู้เรื่องการยอมรับตัวเองตามความเป็นจริง  และถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญทางการปฏิบัติสมาธิภาวนา  เพราะทำให้มองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยใจที่เป็นกลางมากขึ้น ไม่คาดหวังและไม่เข้าข้างตนเองจนเกินไป 

            It would be great to learn this in 6 hours, wouldn’t it?

            คนที่สนใจหลักสูตร DIY ที่ว่าสามารถสั่งซื้อได้ในราคา 69.95 เหรียญสหรัฐ (ประมาณสามพันบาท) ช่วงประเดิมนี้ลดให้ถึงยี่สิบเหรียญ และไม่คิดค่าขนส่งด้วยนะ…. จะบอกให้

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “สมาธิสำเร็จรูป”

  1. worrawit said

    ไม่ทราบมาก่อนเลยจริงๆครับ ว่าเขาไปถึงขนาดนั้นกันแล้ว (โอ้..พระเจ้า..จอร์จ..มันยอดมาก – ป.ล. คำอุทานของ ซาร่าห์ พิธีกรเจ้าประจำของรายการประเภทนี้ครับ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: