The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

เหน็ดเหนื่อยกับความสุข

Posted by phrajew บน สิงหาคม 20, 2006

เด็กหญิงวัยห้าขวบคนหนึ่งฉลองวันเกิดท่ามกลางความชื่นชมของคนรอบข้าง  ในวันนี้ทุกอย่างดูช่างวิเศษไปหมด  ตั้งแต่ตื่นนอนเธอก็เห็นของขวัญมากมายรออยู่บนเตียง  ที่โรงเรียนเธอรับเลือกให้เป็นราชินีของห้องและมีกิจกรรมพิเศษกว่าวันปกติ  ในตอนเย็นลุงป้าน้าอาและปู่ย่าตายายต่างพร้อมใจกันมาร่วมงานเลี้ยงฉลองและเตรียมจุดดอกไม้ไฟฉลองในยามค่ำคืน

แต่แล้วในขณะที่กำลังจะทานอาหาร  แม่หนูก็นั่งก้มหน้านิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะบอกว่า หนูเหนื่อยเหลือเกิน  เหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง แล้วน้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะลงบนจาน

สิ่งที่เรียกกันว่าความสุขนั้นอาจไม่ใช่เรื่องสบายกายสบายใจเสมอไป  ถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเองมากพอ คงจะยอมรับได้ว่าภายหลังงานเลี้ยงฉลองในวาระโอกาสต่าง ๆ  เราเองก็มักจะรู้สึกอ่อนล้าหมดพลังไม่ต่างจากเด็กหญิงคนนี้  ยิ่งมีการเฉลิมฉลองใหญ่โตมากเพียงใด ดูเหมือนว่าเราจะยิ่งเหน็ดเหนื่อยมากเพียงนั้น

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่ว่านี้มักจะถูกมองข้ามไป เมื่อเรานึกถึงความสนุกสนานตื่นเต้นจากการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึงในครั้งต่อ ๆ ไป  วงจรของชีวิตแบบนี้หมุนวนอยู่เรื่อยไปโดยถือกันว่าหากมีความสนุกสนานมากเท่าใด เท่ากับมีชีวิตที่ดีและเป็นสุขมากเท่านั้น

เป็นที่น่าสังเกตว่า คนในสังคมตะวันตกที่มีวงจรของการเฉลิมฉลองได้บ่อยครั้ง เนื่องจากความพรั่งพร้อมทางวัตถุ กลับมีสถิติของคนที่เป็นโรคซึมเศร้า หรือฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก  ในขณะที่คนในประเทศอย่างซูดานหรือเอธิโอเปียซึ่งมีความเป็นอยู่ที่จำกัดนั้นแทบจะไม่พบว่ามีการฆ่าตัวตายเลย        

ลองคิดทบทวนดูจะเห็นว่า ตลอดชีวิตของคนเรานั้นต้องใช้เวลาและความพากเพียรมากเพียงไรในการแสวงหาความสุขมาพะเน้าพะนอตนเอง  หลายครั้งที่ต้องยอมอดทนกับสภาพชีวิตและการทำงานที่ไม่สร้างสรรค์หรือความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยเพื่อแลกมาซึ่งความสุขที่ต้องการ แล้วในที่สุดก็พบว่าเรายังหาความสุขอย่างเปี่ยมล้นไม่ได้สักที  หรือบางครั้งกลับต้องตั้งคำถามกับตนเองว่าทำไม่ถึงไม่เป็นสุข ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างรอบข้างก็ดูไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต  

ชีวิตของปุถุชนจึงไม่ต่างจากเด็กหญิงวัยห้าขวบที่กล่าวถึง  เพราะถึงแม้เธอจะบ่นว่าเหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง  แต่อีกไม่กี่นาทีถัดมา เธอก็วิ่งปร๋อไปสนุกสนานกับดอกไม้ไฟได้อีกครั้ง 

แม้คนเราจะรู้สึก เหน็ดเหนื่อยกับความสุข แต่เราก็ไม่เคย หน่ายที่จะวิ่งตามมันไปอย่างไม่สิ้นสุด ข้อแตกต่างระหว่างปุถุชนกับพระอรหันต์คงจะอยู่ที่ตรงนี้นั่นเอง

ป.ล. ไม่แน่ใจว่าในพจนานุกรมใช้ว่า น้ำตาร่วงเผลาะ หรือ ร่วงเผาะ กันแน่  ถ้าใครช่วยค้นให้ได้ก็จะเป็นที่ขอบคุณยิ่ง

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “เหน็ดเหนื่อยกับความสุข”

  1. worrawit said

    สาธุ…ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: