The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

อำนาจแห่งเงินตรา

Posted by phrajew บน สิงหาคม 24, 2006

 

พระเซนรูปหนึ่งเล่าว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นักวิทยาศาสตร์ในโครงการวิจัยระเบิดปรมาณูสำนึกผิดเมื่อได้เห็นความย่อยยับที่เกิดขึ้นในฮิโรชิมาและนางาซากิ จึงขอลาออกจากโครงการเพื่อกลับไปสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยเช่นเดิม  รัฐบาลอเมริกันก็ตกปากรับคำอย่างดี แต่ลับหลังออกคำสั่งไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนว่า ไม่ให้รับนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้เข้าทำงาน  เมื่อคำร้องต่อมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ถูกพับไป นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ก็จำต้องกลับมาทำงานในโครงการเช่นเดิม

 

เรื่องที่เล่านี้จะมีมูลความจริงมากน้อยเพียงใดนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ  เพราะเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจแล้ว คนส่วนใหญ่ต่างพ่ายแพ้ต่ออำนาจของเงินตราที่จะทำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยทางทรัพย์สิน  ลักษณะเช่นนี้ดูจะเป็นจุดอ่อนสำคัญของมนุษย์ไม่มากก็น้อย 

แท้ที่จริงแล้วสิ่งที่คนเราดูจะสยบยอมไม่ใช่ข้าวของวัตถุภายนอก แต่หากเป็นความหวั่นกลัวภายในใจต่างหาก  เรากลัวที่จะอยู่กับความไม่มั่นคง และกลัวที่จะเผชิญกับความยากลำบากที่อาจจะเกิดขึ้นจากความขัดสนยากไร้นั้น  และยิ่งกลัวมากเท่าใด เราก็ยิ่งจินตนาการถึงความทุกข์ในอนาคตได้มากเท่านั้น 

ด้วยกลไกแห่งความกลัวนี้เอง เงินตราจึงได้ขยายอำนาจจากบทบาทดั้งเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนสินค้า  แต่กลับแผ่คลุมอาณาบริเวณของชีวิตอย่างกว้างขวางลึกซึ้ง  การมีเงินหมายถึงความมั่นคงปลอดภัย เพราะเพียงแค่มีเงินอยู่ในมือโดยที่ยังไม่ต้องจับจ่ายใช้สอย เราก็รู้สึกเป็นสุขแล้ว  และการมีหรือไม่มีกลายเป็นฐานะทางสังคมที่นำไปสู่การยอมรับตัวตนและการแสดงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ในสังคมด้วย

 

ไม่น่าแปลกใจที่จะได้เห็นคนจำนวนมากทำงานเพื่อหาเงินมาสะสมไว้มากกว่าจะทำงานเพื่อหาเงินมาใช้สอยโดยตรง  ถ้าลองตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจัง อาจพบว่ารายได้ของปัจจุบันมากเกินกว่าความจำเป็นของชีวิตมากนัก  หากไม่นับชนชั้นล่างที่ยังคงต้องดิ้นรนแบบปากกัดตีนถีบแล้ว คนในเมืองส่วนใหญ่ต่างเข้าข่ายที่ว่านี้ทั้งสิ้น  คงไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่างใครบางคนที่ร่ำรวยในระดับหมื่นล้านพันล้าน แต่ก็ยังหาความพอไม่พบกระมัง

 

คนส่วนใหญ่ในสังคมไทยอาจหลงลืมไปว่า บุคคลที่ได้รับความเคารพสูงสุดของชนทุกชั้นเป็นนักบวชชาวอินเดียที่ถือบาตรเพียงใบเดียว  ตลอดพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้านั้นทรงรับอาหารบิณฑบาตจนกระทั่งมื้อสุดท้าย  แม้แต่ในคราวปรินิพพาน ก็ยังทรงทอดพระองค์ลงบนผ้าสังฆาฏิที่ปูอยู่ใต้ร่มไม้  หาได้ทรงใช้ชีวิตสะดวกสบายอยู่ในความมั่งคั่งแต่ประการใดไม่

 

หากตอบคำถามต่อตัวเองได้ชัดเจนว่า เป้าหมายที่แท้จริงของการดำรงอยู่ในโลกนี้คืออะไร  เราย่อมจะจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้ง่ายขึ้น  อะไรที่ควรจะมาก่อนหรือมาหลัง ย่อมไม่สับสนปนเปกันอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  วิถีชีวิตของคนที่รู้จักตัวเองมากขึ้นย่อมจะเรียบง่ายกว่าเดิมเสมอ 

ถึงที่สุดแล้ว จะเห็นได้ว่าการดำรงชีวิตอยู่บนเส้นทางดีงามนี้ต่างหากที่ควรจะเป็นแกนหลักของชีวิต  และหากเราเชื่อมั่นในคุณความดีแล้ว ความเป็นอยู่ภายนอกก็เป็นเพียงปัจจัยที่เอื้ออำนวยให้พัฒนาคุณธรรมภายในยิ่ง ๆ ขึ้นไปเท่านั้น   จะมีมากหรือน้อย จะสะดวกสบายหรือขัดสน หรือแม้กระทั่งจะแข็งแรงหรือเจ็บป่วย ล้วนแต่เป็นสถานการณ์ที่นำไปสู่ความก้าวหน้าทางจิตใจได้ทั้งสิ้น 

เมื่อมองไปรอบ ๆ ตัว  ทุกสิ่งทุกอย่างต่างกำลังให้ข้อคิดคำสอนแก่เราทั้งนั้น แล้วจะคาดหวังอะไรมากมายจากชีวิตกันเล่า

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “อำนาจแห่งเงินตรา”

  1. worrawit said

    กราบ..สาธุครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: