The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

อานุภาพแห่งเพลงรัก

Posted by phrajew บน กันยายน 1, 2006

เมื่อหลายปีก่อนได้อ่านข่าวฆ่าตัวตายของ วัยรุ่นพ่ายรักในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง  พาดหัวข่าวทำให้รู้สึกสะดุดใจเพราะเน้นว่า ก่อนที่จะลงมือปลิดชีวิตตนเอง วัยรุ่นที่ว่านี้เปิดเพลงยอดนิยมเพลงหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากได้อ่านข่าวก็หมายเหตุเอาไว้ในใจว่า ต้องหาเพลงที่ว่ามาลองฟังดูสักครั้ง  เพราะอยากจะรู้ว่าเหตุใดผู้ฟังจึงเกิดความรู้สึกท้อแท้ต่อชีวิตได้มากถึงเพียงนั้น  ครั้นได้ฟังแล้วก็ร้องอุทานในใจไม่ได้  เพราะทั้งคำร้องที่ตอกย้ำหลายเที่ยวว่าไม่อาจทำให้คนรักเปลี่ยนใจกลับมารักกันได้อีกแล้ว และน้ำเสียงระทดท้อของผู้ร้องช่างเสียดลึกเข้าไปในใจเสียเหลือเกิน  องค์ประกอบของเพลงทำให้ผู้ฟังที่กำลังมีประสบการณ์ร่วมยิ่งทวีความรู้สึกเศร้าหมองในใจยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า

น่าเสียดายทรัพยากรจำนวนมากที่ต้องสูญเสียไปในการสร้างผลงาน บันเทิงในลักษณะนี้  ยิ่งผู้แต่งบรรจงเลือกสรรถ้อยคำให้ตรงความรู้สึกได้มากเพียงไร  เพลงเช่นนี้ก็ยิ่งเหมือนยาพิษที่กัดกร่อนจิตใจผู้ฟังที่ตกอยู่สถานการณ์ให้ยิ่งเหวอะหวะไปมากเท่านั้น  นับเป็นศิลปะที่ส่งผลทางลบต่อผู้รับอย่างไม่มีใครคาดถึง

สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย  เพื่อนที่เป็นนักจัดรายการวิทยุเล่าให้ฟังว่า เพลงที่คนนิยมขอกันมากมักจะพรรณนาความรู้สึกของคนอกหัก โดยคนที่โทรศัพท์มาขอเพลงส่วนใหญ่แทบจะส่งเสียงเครือน้ำตาออกมาด้วย  เคยมีนักจัดรายการบางคนสนองตอบความต้องการของผู้ฟังด้วยการคัดสรรเพลงมากระหน่ำซ้ำเติมความรู้สึกกันตลอดทั้งชั่วโมง  บางคราวฟังแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนจัดเองหรือเปล่า 

แม้จะรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่นั้น  แต่ก็ยังอธิบายไม่ได้ว่าเหตุใดคนเราจึงไม่ควรจะตอกย้ำความรู้สึกในแง่ลบต่อตัวเองอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ครั้นมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมมากขึ้น จึงเริ่มเข้าใจกลไกการทำงานภายในใจของคนเราที่นิยมสร้างทุกข์ให้กับตนเองได้อย่างพิศวง  ทั้ง ๆ ที่ตระหนักได้ว่าความรู้สึกเศร้าหมองเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา แต่เหตุใดจึงมีคนจำนวนมากที่ยอมจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกนั้น และดูเหมือนจะทับถมให้ตนเองยิ่งทุกข์มากขึ้นเรื่อย ๆ  คนที่อกหักทั้งหลายดูจะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในกรณีดังกล่าวนี้ 

ท่านอาจารย์พุทธทาสอธิบายเรื่องนี้โดยยกคำบาลีว่า อารมณ์ทุกชนิดมี อัสสัททะหรือมีรสชาติอันน่าติดใจเสมอ  ดังเช่นรสเผ็ดของอาหารที่สร้างความทรมานต่อลิ้นและประสาทสัมผัสทางกาย แต่คนจำนวนมากก็ชื่นชอบอาหารที่มีรสจัดจ้านเพราะติดใจในรสนั้น  โดยนัยเดียวกัน คนเราก็มีแนวโน้มที่จะชอบความโกรธ ชอบความกังวล หรือชอบอารมณ์เหงาเดียวดาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอารมณ์เหล่านั้นไม่ได้ทำให้ใจเป็นสุขเลย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสัมผัสรสของอารมณ์นั้นอีกเพื่อให้เกิดความรู้สึก สะใจ ในตนเอง 

หนทางเดียวที่จะทำให้เรารู้เท่าทันกลไกภายในใจคือ การหมั่นสังเกตอารมณ์ความรู้สึกภายในใจและเตือนตนเองให้เห็นโทษของการติดอยู่ในอารมณ์นั้น ๆ  ไม่ว่าจะเกิดความรู้สึกเช่นใด พึงให้ความระวังและไม่ยอมเชื่อถือความรู้สึกนั้นโดยง่าย  และเมื่อใดก็ตามที่พบว่าตนเองกำลังทำให้ความรู้สึกโกรธ เกลียด เหงา เศร้า น้อยใจ เสียใจทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ต้องพยายามเบี่ยงเบนไปสู่อารมณ์อื่น เช่นเดียวกับการเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เมื่อพบว่าทางเบื้องหน้านั้นมีอุปสรรคขวางอยู่ 

การยินยอมให้อารมณ์ทางลบเกิดขึ้นในใจอย่างซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่ต่างอะไรกับการย่ำไปบนทางที่รกเรื้ออยู่ไม่เว้นแต่ละวัน เส้นทางที่ใช้บ่อย ๆ ย่อมราบเรียบและเตียนโล่งได้ฉันใด ความรู้สึกในใจก็มักจะลงร่องไปตามความเคยชินเช่นเดียวกันนั้น  ยิ่งเราคิดและรู้สึกไปทิศทางใดบ่อยครั้ง ใจของเราก็มีแนวโน้มที่จะไปในทางนั้นโดยอัตโนมัติ 

ข้อแนะนำอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับคนที่กำลังอกหักทั้งหลายคือ อย่าเปิดวิทยุฟังเพลงจนกว่าจิตใจจะเข้มแข็ง หลังจากนั้นจะลองฟังเพื่อทดสอบตัวเองที่จะสร้าง ทุกข์เบา ๆ ให้กับตัวเองก็คงไม่สายเกินไปนัก    

4 Responses to “อานุภาพแห่งเพลงรัก”

  1. Lek said

    This is a great suggestion krub.

  2. BB said

    ‘สูงไปในทางต่ำ’
    เขียนแรงไปนะ

  3. phrajew said

    Thanks BB. I will think about it as a reader. Good to hear some comments like this.

  4. Thanks ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: