The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

นักกายกรรมกลางอากาศ

Posted by phrajew บน กันยายน 7, 2006

 

แสงแดดยามบ่ายสาดฉายลงมาบนระเบียงริมหน้าต่างบานกว้าง  มองออกจากห้องใต้หลังคาเห็นลานหญ้าเขียวขจีอยู่หน้าศาลาธรรม  ถัดจากกำแพงหินเป็นสวนผลไม้เก่าแก่  ลูกแอ๊ปเปิลสุกแดงเต็มต้นจนเห็นได้จากระยะไกล  ชั่วขณะที่กำลังทอดสายตาไปยังต้นเชสท์นัทใหญ่เบื้องหน้า  เจ้านกน้อยตัวหนึ่งก็บินแผล็วเข้ามาเกาะอยู่ริมระเบียง

 

กระจกหน้าต่างใสแจ๋วเป็นเพียงเครื่องกั้นระหว่างนกที่กำลังกางปีกไซ้ขนกับคนที่นั่งมองอยู่  ระยะที่ห่างกันราวเอื้อมมือถึงทำให้ต้องนั่งนิ่งไม่กระดุกกระดิก เพราะความเคลื่อนไหวเพียงน้อยนิดอาจทำให้เจ้านกน้อยหายวับไปในชั่วพริบตา  มันเอียงคอมองอย่างระมัดระวังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกรายปีกออกไซ้ขนต่อไป 

 

ขนปีกและหางสีน้ำเงินเข้มนั้นทอประกายแข่งกับแสงแดดเป็นมันวับ  หน้าผาและคอสีส้มสดใส  ปลายหางที่แยกออกเป็นแฉกไม่เหมือนใครบอกให้รู้ว่าเป็นนกนางแอ่น (swallow, Hirundo rustica) นั่นเอง  นกเหล่านี้อพยพมาวางไข่ในช่วงหน้าร้อน  พอลูกนกฟักเป็นตัวและแข็งแรงพอจะบินได้ไกล ๆ แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะอพยพหนีหนาวลงไปทางใต้ของทวีป

 

ไม่รู้ว่าจะเป็นนกนางแอ่นกลุ่มเดียวกันหรือเปล่าที่อพยพมาเกาะสายไฟแถว ๆ ถนนสีลมในราวเดือนธันวาคม  เรื่องนี้เห็นทีจะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเรื่องการดูนก   

 

เมื่อช่วงต้นพรรษา นกนางแอ่นคู่หนึ่งมาทำรังอยู่ใกล้หลังคาโรงเก็บของ  ภาพของพ่อแม่นกที่บินฉวัดเฉวียนเข้าออกไม่ขาดระยะ และเสียงร้องเกรียวกราวของลูกนกทั้งสี่ตัวทำให้มีคนไปนั่งดูกันเป็นที่เอิกเกริก  พอดูนาน ๆ เข้าก็ชวนให้รู้สึกเหนื่อยแทนเป็นอย่างยิ่ง  เพราะกิจกรรมการให้อาหารนี้ดำเนินไปตลอดทั้งวันแทบไม่มีการพัก  พอลูกนกตัวหนึ่งได้อาหาร อีกสามตัวที่เหลือก็ประสานเสียงกันให้ขรมไปหมด

 

ถัดจากนั้นอีกไม่กี่วัน  พอเดินไปดูอีกครั้ง ลูกนกก็บินได้เสียแล้ว  พอเห็นคนแปลกหน้าเข้าไปใกล้ ทั้งสี่ตัวก็เงียบกริบอยู่ครู่ใหญ่  ก่อนจะโผบินออกไปทางช่องหน้าต่างอย่างรวดเร็ว  เมื่อตามออกไปข้างนอกก็พบว่าลูกนกบินขึ้นไปอยู่บนยอดสนไซเปรสที่สูงลิบลิ่ว  

ภาพของฝูงนกนางแอ่นที่บินฉวัดเฉวียนไล่จับแมลงกลางอากาศนั้นดูราวกับนักเล่นกายกรรมอันผกโผน  กิริยาการบินอันแคล่วคล่องและพลิกตัวกลับไปมาไม่มีการเสียจังหวะเลยสักนิด  ธรรมชาติช่างมีปรากฏการณ์อันน่าทึ่งให้เฝ้ามองได้อย่างไม่หยุดหย่อน 

อย่างในบ่ายวันนี้ พอเผลอคิดอะไรอยู่ชั่วครู่  เจ้านกน้อยที่เกาะอยู่ราวระเบียงก็หายวับไปในอากาศเสียแล้ว  ปีกสีน้ำเงินวาวแววนั้นกลายเป็นความทรงจำชั่วขณะ  ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเองโดยอาจไม่มีวันพบปะกันอีกเลย   

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: