The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

วันที่ใบไม้เปลี่ยนสี

Posted by phrajew บน กันยายน 8, 2006

 

พระรูปหนึ่งพยายามอธิบายว่าฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มต้นในวันที่ยี่สิบเอ็ดกันยายน โดยอ้างทฤษฎีเกี่ยวกับเส้นรุ้งเส้นแวงซึ่งคนฟังไม่มีทางทำความเข้าใจได้ มีแต่เออออไปตามประสาคนไม่รู้  แต่เมื่อคืนพระจันทร์เต็มดวงที่ผ่านมา คณะสงฆ์ทั้งหมดปฏิบัติธรรมตลอดทั้งคืน  พอรุ่งเช้าก็มีเสียงประกาศด้วยความมั่นใจว่าฤดูใบไม้ร่วงเริ่มย่างเข้ามาแล้ว

 

ความเย็นเยียบของอากาศยามเช้าซึ่งวัดได้ราวเก้าองศาเซลเซียส ทำให้ไม่มีใครคัดค้านคำประกาศนั้น  อีกทั้งภาพของต้นโอ๊คใหญ่หลายต้นที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนไปทั้งต้นเป็นเครื่องยืนยันว่า ปีนี้ฤดูใบไม้ร่วงมาถึงเร็วกว่าที่คาดกันไว้

 

ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสี  แม้ว่านักชีววิทยาจะอธิบายว่าเมื่อย่างเข้าฤดูหนาว ต้นไม้จะเตรียมตัวสู่การพักผ่อนอันยาวนานด้วยการหยุดสร้างคลอโรฟิลด์ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ใบไม้มีสีเขียว  พอสารนี้หมดไป สีดั้งเดิมที่มีอยู่ก่อนหน้านั้นหรือแคโรเทนอยด์ก็มีโอกาสปรากฏโฉมมากขึ้น  ทำให้เราเห็นใบไม้เป็นสีเหลือง หรือสีทองอย่างที่มักจะพบเห็นกันทั่วไป

 

คำอธิบายที่ว่านี้ก็ดูเข้าทีอยู่ไม่น้อย  แต่ต้นไม้กลับทำอะไรมากไปกว่านั้น  เพราะการที่ใบไม้หลากสีทั้งหลายนี้จะยังคงอยู่ได้  จะต้องได้รับอาหารด้วย  ในเวลาที่ควรจะสะสมพลังงานไว้ใช้ในฤดูกาลหน้า เหตุใดต้นไม้จึงยังส่งอาหารมาหล่อเลี้ยงใบที่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรเลย นอกจากจะทำให้สวยแปลกตาเท่านั้น  เรื่องดังกล่าวนี้ยังไม่มีคำตอบจากนักวิทยาศาสตร์ 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้บางชนิดอย่างเช่น ต้นเมเปิล กลับก้าวหน้าไปกว่าการหล่อเลี้ยงใบตามธรรมดา  เพราะมันได้สร้างสารชนิดใหม่ขึ้นมาที่เรียกว่าแอนโธไซยานินซึ่งให้สีแดงฉาน หรือสีส้มบาดตาด้วย  ความเพียรพยายามที่จะผลิตสารที่ยังความตื่นตาตื่นใจให้กับมนุษย์นี้ดูไม่น่าจะคุ้มค่ากับสิ่งตอบแทนที่ต้นไม้ได้รับเลย

 

ถ้ามองในเชิงข้อคิด คงเห็นได้ว่าต้นไม้ทำตัวเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง  เพราะบ่อยครั้งที่คนเราทำอะไรให้ผู้อื่นด้วยการมุ่งหวังสิ่งตอบแทน  แม้ไม่เป็นวัตถุก็อาจเป็นเรื่องนามธรรมที่สร้างความพึงพอใจให้ เช่น ชื่อเสียงเกียรติยศ การยอมรับนับถือ คำยกย่องชมเชย หรือแม้กระทั่งรอยยิ้มของคนที่ได้รับอะไรจากเรา  หาไม่แล้วก็อาจจะรู้สึกท้อแท้ว่า ทำดีไม่ได้ดีหรือไม่มีใครเห็นความดีของเราเลย

 

แท้จริงแล้ว  การทำความดีหรือการให้ต่อคนอื่นนั้น แม้ไม่มีใครเห็นหรือยอมรับ ก็ยังคงเป็นสิ่งดีงามอยู่นั่นเอง  ดั่งต้นไม้ที่เปลี่ยนสีผลัดใบอยู่กลางป่า แม้จะไม่มีใครเห็นหรือชื่นชม  ต้นไม้เหล่านั้นก็ยังคงทำหน้าที่ตามธรรมชาติอย่างไม่เคยทดท้อ  และเมื่อถึงกาลเวลาที่เอื้ออำนวย  เหล่าต้นไม้ก็จะเปล่งประกายสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วงอย่างสุดความสามารถอยู่ทุก ๆ ปี

 

ถึงแม้ธรรมชาติจะมีการแปรเปลี่ยนอย่างไม่หยุดหย่อน แต่คุณธรรมของการเป็นผู้ให้จะยังคงดำรงอยู่ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปรไปอย่างไรก็ตาม

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: