The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

พระราชินีสี่พระองค์

Posted by phrajew บน กันยายน 9, 2006

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักรริมทะเลแห่งหนึ่ง  พระราชาเสด็จสวรรคตลงโดยไม่ทันได้แต่งตั้งองค์รัชทายาท  บรรดาเจ้าชายทั้งหลายจึงเปิดศึกรบราฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์  การรบราอย่างดุเดือดนี้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานถึง 12 ปี และส่งผลให้เชื้อพระวงศ์ฝ่ายชายสิ้นพระชนม์ลงทั้งหมด เหลือไว้แต่เจ้าหญิงสามพระองค์ที่ทรงปลอดภัยจากการศึกนั้น

เจ้าหญิงแห่งใบไม้สีเขียวซึ่งเป็นพระธิดาองค์โตได้ขึ้นครองราชย์เป็นลำดับแรก  ทรงถวายเจ้าหญิงแห่งอัญมณีสีม่วงซึ่งเป็นพระขนิษฐาองค์สุดท้องให้อภิเษกสมรสกับพระราชาแห่งอาณาจักรใกล้เคียงเพื่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และทรงปกครองบ้านเมืองโดยดำเนินนโยบายกระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศรอบข้าง ทำให้อาณาจักรแห่งนี้มั่งคั่งรุ่งเรืองด้วยกิจการเดินเรือค้าขายกับประเทศโพ้นทะเล  ไพร่ฟ้าประชาชนอยู่ดีมีสุข

เมื่อสมเด็จพระราชินีองค์แรกเสด็จสวรรคตลง  เจ้าหญิงแห่งท้องทะเลสีครามซึ่งเป็นพระขนิษฐาองค์รองก็ได้ครองราชย์ถัดมา ทรงส่งราชทูตไปทูลเชิญพระน้องนางและพระเจ้าหลานเธอเสด็จกลับพระนคร  ทั้งสองพระองค์ต่างได้ทรงครองราชย์ในกาลต่อมา  นับเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งร้อยปีที่อาณาจักรแห่งนี้ปกครองด้วยพระราชินีติดต่อกันถึงสี่พระองค์

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เล่านี้จบลงด้วยความเศร้า เพราะภายหลังการเมืองอันยุ่งเหยิงในช่วงสุดท้าย พระราชินีองค์ที่สี่ก็ต้องทรงลี้ภัยจากแผ่นดินที่ทรงรักและสิ้นพระชนม์ระหว่างการหลบหนีในท้ายที่สุด

 

เรื่องราวที่ไม่ต่างจากนิทานนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรปัตตานีซึ่งมีสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยาในราวสมัยพระเจ้าปราสาททอง  ว่ากันว่าพระราชินีองค์ที่สี่นั้นได้เสด็จฯเยือนอยุธยาด้วยพระองค์เอง โดยในสมัยดังกล่าวนี้ปัตตานีเจริญรุ่งเรืองด้วยการค้าขายกับต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และเป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ของดินแดนสุวรรณภูมิ

ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่รับรู้ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านนา  แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ความเป็นมาของอาณาจักรปัตตานีซึ่งมีบทบาทสำคัญในอดีตไม่น้อยเลย  เรื่องราวอันน่าตื่นใจของพระราชินีสี่พระองค์นี้เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องใหม่ของคนไทยจำนวนมากที่ไม่เคยเหลือบมองดินแดนตอนใต้มาก่อน 

ในกรณีของล้านนา แม้จะเป็นมีที่ทางในเชิงประวัติศาสตร์มากกว่าปัตตานี  แต่คนล้านนาในอดีตต่างรู้สึกคับแค้นกับการกระทำย่ำยีของ รัฐบางกอก เจ้าหญิงล้านนาที่ถูกส่งไปเป็นบาทบริจาริกาในราชสำนักนั้นเป็นเสมือนวีรสตรีที่ชาวล้านนาภาคภูมิใจในความอดทนของพระองค์  เคราะห์ดีที่นโยบายสมานสัมพันธ์ตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ห้าได้ผสานกลมกลืนคนล้านนาให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับสังคมไทยโดยไม่ขัดเขิน  

ลักษณะดังกล่าวนี้แตกต่างจากการยอมรับอาณาจักรทางใต้ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าเคยมีถิ่นฐานอันมั่นคงของตนเอง ความไม่รู้นี้เองที่เป็นหนึ่งในรากฐานแห่งความขัดแย้งที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งปะทุเป็นความรุนแรงดังที่เห็น

(เก็บความจากรายงานการวิจัยเกี่ยวประวัติศาสตร์ท้องถิ่นปัตตานี สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

http://www.rockmekong.org/media-cov/News2002/queens.htm )

3 Responses to “พระราชินีสี่พระองค์”

  1. soilmatter said

    นมัสการนะครับ
    ผมอยากจะขอเสริมว่านอกจากปัจจัยด้านประวัติศ่าสตร์ที่พวกเราหลงลืมกันแล้วเป็นสาเหตุของความไมเข้าใจกัน ซึ่งนำไปสู่ปัญหาในขณนี้ ยังมีปัจจัยด้านสังคมของเขาเองนั้นคือเรื่องช่องว่างระหว่างวัย ที่คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่มีความเห็นไม่เหมือนกัน อีกคนบอกว่าสันติอีกคนบอกว่าแยกตัว ซึ่งสาเหตุของช่องว่างนี้ต้องร่ายยาวกันแยะมากครับ งั้นผมขอเสริมไว้เท่านี้ครับ

  2. phrajew said

    Khun Soilmatter,

    I agree that the problems are very complicated. What we could do is trying to understand and be more open to different sources of information.

    I am interested in the generation gap that you mentioned. Could you write more about that?

  3. soilmatter said

    ตอนนี้เรื่องราวของราชินี4พระองค์กำลังสร้างเป็นหนังแล้วครับ “ตามรอยกองถ่าย ปืนใหญ่จอมสลัด หนังฟอร์มยักษ์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี” http://www.matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01ent03180949&day=2006/09/18

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: