The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

ก่อนตะวันจะลับลา

Posted by phrajew บน กันยายน 17, 2006

 

แดดยามเย็นอ่อนแสงลงเรื่อย ๆ  รถเก๋งคันเล็กพาเราลัดเลาะผ่านบ้านเรือนและแมกไม้ที่เริ่มเปลี่ยนใบเป็นสีเหลือง  ก่อนที่จะหยุดลงหน้าตึกสีน้ำตาลเข้มแห่งหนึ่ง  เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงโล่งกว้างนั้น เรามองไม่เห็นใครนอกจากเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ซึ่งกำลังนั่งดูการ์ตูนโทรทัศน์เรื่องมิสเตอร์ซิมป์สันอยู่  เขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพบว่าพระภิกษุสองรูปก้าวเข้ามาถามทางไปวอร์ดรวันดา 

 

พระทั้งสองรูปมาที่โรงพยาบาลปีเตอร์สฟิลด์แห่งนี้ หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่พยาบาลเมื่อสัปดาห์ก่อน  เธอแจ้งไปยังวัดจิตวิเวกว่ามีผู้ป่วยชราคนหนึ่งที่นับถือพุทธศาสนาและอยากให้มีพระมาเยี่ยมก่อนที่จะเข้าสู่วาระสุดท้าย  จากนั้นก็มีการประสานงานและมีผู้อาสาขับรถมาส่งพระที่โรงพยาบาลในเย็นวันนี้

 

ทางเดินแคบ ๆ ที่นำไปสู่วอร์ดรวันดาอันเป็นสถานที่พักฟื้นของผู้ป่วยชราภาพนั้นลดเลี้ยวไปตามมุมตึก  บรรยากาศของโรงพยาบาลท้องถิ่นของอังกฤษ แม้จะมีกลิ่นที่บอกให้รู้ว่ากำลังอยู่ในโรงพยาบาล แต่ก็ดูเงียบเชียบและว่างเปล่าราวกับเดินเข้าไปในอาคารร้าง  ไม่แน่ใจว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะเรามาในช่วงเย็นซึ่งไม่ค่อยมีคนหรือเปล่า เพราะตามปกติน่าจะมีญาติมาเยี่ยมผู้ป่วยไม่มากก็น้อย

 

เมื่อมาถึงจุดหมาย เรายืนรออยู่พักใหญ่กว่าจะมีนางพยาบาลท่าทางใจดีพาไปยังห้องผู้ป่วย  ภาพของมิสซิสไวท์แมนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงนั้นผิดไปจากความคาดหวังของเรามาก  เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ผอมบางไม่ต่างจากคุณยายที่เมืองไทย  ผมของเธอขาวโพลนไปทั้งศีรษะและไม่สามารถพูดจาสื่อสารได้  นางพยาบาลบอกให้รู้ล่วงหน้าแล้วว่าผู้ป่วยคนนี้อยู่ในระยะสุดท้ายและน่าจะฟังรู้เรื่องอยู่

 

ด้วยความที่มิสซิสไวท์แมนนอนตะแคงออกไปทางหน้าต่างและไม่สามารถขยับตัวลุกขึ้นได้  พระสองรูปจึงต้องอ้อมไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอเพื่อแนะนำตัวเอง  ปฏิกิริยาของเธอไม่บอกให้รู้ว่ายังสามารถจดจำภาพของพระภิกษุได้หรือไม่  เราพูดให้เธอระลึกถึงพระพุทธเจ้าและมอบพระเครื่ององค์เล็กที่เตรียมมาจากวัดให้ จากนั้นก็สวดมนต์บทอิติปิโสอันเป็นการสรรเสริญพระรัตนตรัย  ระหว่างนั้น มิสซิสไวท์แมนแสดงอาการให้จับมือของเธอ  เราจึงยื่นมือไปกุมมือเล็ก ๆ นั้นไว้ระหว่างที่สวดมนต์ด้วย 

 

เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่ามิสซิสไวท์แมนรับรู้อะไรได้มากเพียงไหน  เรานั่งภาวนากับเธออยู่พักใหญ่และสวดพุทธมนต์บทกรณียเมตตาสูตรให้ เพราะเนื้อหาของบทสวดเป็นการให้พรที่ถือว่าสูงสุดในทางพุทธศาสนา  เมื่อเราเอ่ยปากลา  มิสซิสไวท์แมนยกมือปิดตาตัวเองแล้วร้องออกมา  เสียงอืออานั้นทำให้ไม่รู้ว่าเธอหมายความว่าอย่างไร  ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง เราสังเกตได้ว่าเธอแอบมองผ่านมือนั้นว่าเรากลับไปหรือยัง  

พระชาวอังกฤษที่ไปด้วยกันเกรงว่าเธอจะรู้สึกสับสน จึงขอให้นางพยาบาลเข้าไปดูว่าอาการของเธอเป็นอย่างไร  นางพยาบาลเอ่ยปากขอบคุณที่เรามาเยี่ยมและเดินเข้าไปคุยกับมิสซิสไวท์แมนภายในห้อง

 

ระหว่างเดินกลับ เราสังเกตเห็นผู้ป่วยวัยชราหลายคนภายในวอร์ด  คนที่มีอาการค่อนข้างดีก็จะอยู่ในห้องรวมที่สามารถเดินไปพูดคุยกันได้  บางส่วนก็นอนอยู่ตามลำพังในห้องเดี่ยว  บนฝาผนังมีบอร์ดที่ติดการ์ดและจดหมายขอบคุณหลายสิบฉบับ  เท่าที่ดูคร่าว ๆ มีส่วนหนึ่งที่ผู้ป่วยเขียนมาขอบคุณหลังออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว  แต่มีจำนวนไม่น้อยเลยที่มาจากญาติของผู้ป่วยที่เสียชีวิตในวอร์ดนี้  ข้อความทั้งหมดเขียนมาขอบคุณที่นางพยาบาลทั้งหลายได้ดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายเป็นอย่างดี

 

กว่าที่เราจะเดินทางกลับถึงวัด ฟ้าก็หม่นมัวเข้าสู่ความมืด  ภาพสองข้างทางดูสลัวรางลงทุกที  ระหว่างที่อยู่บนรถไม่มีใครพูดอะไรกันนัก  ความนึกคิดของเราไหลย้อนไปสู่ภาพของมิสซิสไวท์แมนที่กำลังนอนรอความตายอย่างไม่มีอะไรจะช่วยได้

 

สักวันหนึ่ง เราก็จะต้องเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

 

 

หมายเหตุ 

หลังจากที่เราไปเยี่ยมในเย็นวันจันทร์  อีกสองวันถัดมามิสซิสนีมา ไวท์แมนก็เสียชีวิตลงในวันพุธที่ 13 กันยายน 2549 ขอให้ดวงวิญญาณของเธอไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ก่อนตะวันจะลับลา”

  1. Khun T said

    นมัสการพระคุณเจ้า

    ขอไว้อาลัยกับผู้ที่จากไปด้วย

    ดูแล้วการผสมวัฒนธรรมนี่เป็นเรื่องน่าสนใจดี ฝรั่งก็ยังยึดถือธรรมเนียมปฏิบีติที่อยากเจอพระในศาสนาที่ตนนับถือก่อนลาโลก เรื่องนี้เข้าใจว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่พวกเราชาวไทยปฏิบัติกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: