The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

อุดมคติหลังเที่ยงคืน

Posted by phrajew บน ตุลาคม 8, 2006

 

พระจันทร์คืนวันออกพรรษาลอยสว่างอยู่กลางฟ้า  อากาศยามเที่ยงคืนนั้นเย็นเฉียบจนต้องหยิบผ้าอีกผืนมาคลุมไหล่  ท่ามกลางเงาครึ้มของต้นโอ๊คใหญ่ แสงสีแดงจากปลายก้านธูปของผู้คนที่เดินวนรอบพระสถูปเปล่งประกายวอมแวม  เมื่อแถวยาวนั้นหยุดลง ควันธูปก็กระจายคลุ้งไปทั่วบริเวณ

 

ในคืนวันออกพรรษาหรือที่พระเรียกกันว่าวันปวารณานั้น  ที่วัดจิตวิเวก มีการสืบทอดธรรมเนียมที่มีมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อชาว่า พระ เณร แม่ชีและญาติโยมที่มาวัดจะอยู่ปฏิบัติธรรมตลอดทั้งคืน  ส่วนที่ต่างออกไปคือไม่มีการเทศน์หลายกัณฑ์อย่างวัดป่าในเมืองไทย  หลังจากสวดมนต์ทำวัตรเย็นแล้ว พระอาจารย์ก็แสดงธรรมราวหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็นั่งสมาธิหรือแยกย้ายออกไปเดินจงกรมต่อ

 

ก่อนเที่ยงคืน ทุกคนกลับมารวมกันในศาลาเพื่อจะเดินวนรอบพระสถูปจำลองที่บรรจุอังคารธาตุของหลวงพ่อชา  ตัวสถูปก่อด้วยปูนซีเมนต์ขาวเป็นพระเจดีย์ทรงระฆังคว่ำที่ผสมผสานรูปแบบของเจดีย์พระธาตุพนมและองค์พระปฐมเจดีย์เข้าด้วยกัน  พระสถูปองค์จริงตั้งตระหง่านอยู่ที่วัดหนองป่าพง  แต่ที่ชิตเฮิร์ส กฎเทศบาลประจำท้องถิ่นไม่อนุญาตให้สร้างอนุสรณ์สถานใหญ่โต  ที่วัดจึงจำลองแบบพระสถูปย่อลงมาให้สูงราวสองเมตรเท่านั้น

 

ด้วยความที่มีธูปเหลือใช้มากกว่าเทียน เราจึงสงวนเทียนไว้จุดให้แสงสว่างในกุฏิที่ไม่มีไฟฟ้าและเดินเวียนเทียนกันโดยใช้เพียงธูปสามดอกเท่านั้น  ฝรั่งบางคนที่ทนกลิ่นธูปไม่ไหวจะใช้เพียงแค่หนึ่งดอกก็ไม่มีใครว่า  ควันธูปที่คลุ้งกระจายอยู่ในเงามืดจึงทำให้บรรยากาศการเดินเวียนเทียนครั้งนี้ต่างไปจากที่เคย

 

แน่นอนว่าการปฏิบัติธรรมทั้งคืนโดยไม่มีการพักนั้นเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญสำหรับปุถุชน ไม่ว่าจะเป็นทั้งพระ แม่ชีหรือญาติโยม  หลังจากเดินเวียนเทียนแล้วจึงมีการเปิดวงน้ำชายามดึก (เพื่อให้ไม่ลืมว่าเรายังอยู่ที่อังกฤษ) และมีการสนทนาซักถามในเรื่องต่าง ๆ

 

ประเด็นใหญ่ที่ก่อให้เกิดการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางและทำให้อุณหภูมิภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นทันใด คือ ความเป็นอยู่ในชุมชนวัดที่ประกอบไปด้วยพระและแม่ชี  ผู้ตั้งคำถามเป็นแม่ชีรุ่นเยาว์ที่บวชเป็นผ้าขาวได้ไม่กี่เดือน  ความนึกคิดในเชิงอุดมคติจึงมีอยู่มาก  เธอตั้งคำถามว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับหลักธรรมที่จะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุกกลมกลืน ทำไมพระกับแม่ชีหลายรูปอยากให้ต่างฝ่ายต่างแยกกันเป็นอิสระมากขึ้น  ทั้ง ๆ ที่หลักธรรมก็บอกว่าควรจะอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลและพึ่งพาอาศัยกันและกัน

 

แอบนับจำนวนคนภายในห้องได้ยี่สิบสี่คนโดยมีที่มาจากสิบเจ็ดเชื้อชาติ  ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความแตกต่างด้านภูมิหลังและวัฒนธรรมจะหลากหลายเพียงใด  สิ่งที่คนจากวัฒนธรรมหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องน้ำใจอาจตรงกันข้ามสำหรับคนอีกวัฒนธรรมหนึ่ง  อารมณ์ขันของแต่ละวัฒนธรรมก็ต่างกัน  การแสดงความสนิทสนมด้วยการหยอกล้อแบบคนอังกฤษอาจทำให้คนหลายชาติรู้สึกเหมือนถูกดูหมิ่นได้ไม่ยากนัก

 

ท่ามกลางความหลายหลายซับซ้อนเช่นนี้  การอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่นโดยปราศจากข้อติดขัดใด ๆ ดูเป็นเรื่องในอุดมคติโดยแท้  และหากคำนึงว่าคนส่วนใหญ่ยังเป็นปุถุชนอยู่  แม้จะมีเจตนาในการมาอยู่วัดดีเพียงใด ความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องปกติ  ตราบใดที่ยังคงอยู่ร่วมกันได้ในฐานะเพื่อนร่วมปฏิบัติบนเส้นทางเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติที่ดีพอแล้ว

 

แม้ว่าอุดมคติจะเป็นเป้าหมายดีงามที่เราควรจะไปให้ถึง  แต่การยึดมั่นถือมั่นในอุดมคตินั้น ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อเจ้าของอุดมคติ หากยังอาจเป็นอันตรายต่อคนรอบข้างได้ด้วย  เพราะเมื่อใดที่เห็นว่าคนอื่นไม่เป็นไปตามอุดมคติที่ตั้งไว้ ก็เกิดความรู้สึกไม่ชอบใจ รังเกียจเดียดฉันท์ จนกระทั่งอาจนำไปสู่การดูถูกเหยียดหยามได้เช่นกัน

 

คนจำนวนมากที่มีความยึดมั่นเกี่ยวกับความเสมอภาคทั้งทางเพศและเชื้อชาตินั้น เมื่อได้พบกับคนที่มีความเห็นต่างจากตัวเอง  บ่อยครั้งที่มีการกล่าวโจมตีกันอย่างรุนแรง จนกระทั่งอาจลืมไปว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่นั้นอาจร้ายแรงเสียยิ่งกว่าคนที่เพียงแต่แสดงความคิดเห็นที่ต่างออกไปเท่านั้น   และในนามของการทำความดี (ต่อประเทศชาติและพลโลก) มนุษย์เราได้ทำสงครามเข่นฆ่ากันมานักต่อนักแล้ว

 

ภายหลังการอภิปรายในวงน้ำชาหลังเที่ยงคืน  เรายังคงต้องกลับมานั่งสมาธิในศาลาเช่นเดิม  และกว่าจะถึงเวลาทำวัตรเช้า พระหลายรูปก็ทำความเคารพพระพุทธรูปที่อยู่เบื้องหน้าด้วยการคำนับกันบ่อยครั้ง  เพื่อนที่อยู่ข้างเผลอฟุบไปไม่ถึงนาทีก็มีเสียงกรนดังขึ้นเบา ๆ  พอถึงเวลาสวดมนต์ หัวหน้าแม่ชีที่นำสวดก็ข้ามบทสรรเสริญพระธรรมไปทั้งบท  กว่าที่จะมีคนทักท้วงก็สวดไปได้หลายวรรคแล้ว  เลยต้องย้อนมาสวดกันใหม่

 

เมื่อก้าวออกมานอกศาลา อากาศยิ่งเย็นเยียบไปกว่าเดิม  พระจันทร์ลอยดวงไปยังโค้งฟ้าตะวันตกและลดต่ำลงทุกที  เมื่อถึงเวลานี้อุดมคติทั้งหลายต่างปลิวหายไปกับสายลม เพราะคนที่เคยถกเถียงกันต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่าในศาลาดังที่เคยเป็นมาก่อน และจะเป็นอย่างนี้อีกต่อไป

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “อุดมคติหลังเที่ยงคืน”

  1. worrawit said

    รออ่านมาหลายวันแล้วครับครูบา. .คุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ ครับ
    ผมชอบอ่านบทความของครูบาเพราะอ่านแล้วมองเห็นภาพ ใช้คำพูดง่ายๆแต่อ่านแล้วได้แง่คิดดี ๆ ทุกครั้งไป
    กราบนมัสการครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: