The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

มิตรภาพรุ่นเยาว์

Posted by phrajew บน ธันวาคม 18, 2006

 

การมีวัดอยู่ในชุมชนใด ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับชุมชนนั้น  ความข้อนี้เป็นจริงแม้กระทั่งกับสังคมที่มีชาวพุทธอยู่น้อยมากอย่างในอังกฤษ  ดังตัวอย่างของวัดจิตวิเวก ซึ่งแต่เดิมมีคนตั้งข้อสงสัยและรังเกียจว่าพระในวัดจะสร้างปัญหาให้กับชุมชน  คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยเต็มใจที่จะให้ตั้งวัดในแถบนี้นัก  

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่ายี่สิบปี น้ำเสียงชื่นชมก็กลับมาแทนที่  คนในแถบมิดเฮิร์สดูจะรู้จักพระภิกษุกันดี เพราะไปไหนมาไหนก็มีคนยิ้มทักทายอยู่ตลอด (แน่นอนว่ายังคงไว้เนื้อไว้ตัวแบบคนอังกฤษอยู่ดี)  เวลาที่พระสองสามรูปออกไปยืนบิณฑบาตในเมืองก็มีคนเข้ามาถามไถ่และใส่บาตรให้พอสมควร

 

มีคนเล่าให้ฟังว่า ที่หน่วยงานเทศบาล เคยมีคนกล่าวยกย่องว่า วัดแห่งนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งที่เข้ามาสู่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้   

บทบาทสำคัญประการหนึ่งที่วัดสามารถทำประโยชน์ให้กับชุมชน คือ การเป็นแหล่งเรียนรู้  ในช่วงห้าหกเดือนที่ผ่านมา ได้สังเกตเห็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษามาเยี่ยมวัดบ่อยครั้ง  โดยส่วนใหญ่ทางโรงเรียนจะติดต่อมาล่วงหน้าเพื่อขอให้มีคนนำชมสถานที่พร้อมทั้งตอบคำถามของเด็ก ๆ ที่สนใจด้วย

 

 

ตามหลักสูตรของโรงเรียนในอังกฤษ นักเรียนจะต้องเรียนรู้วิชาศาสนาตั้งแต่ระดับประถม  ครูจะพยายามหาโอกาสให้นักเรียนได้มีประสบการณ์เรียนรู้จากหลายศาสนา เพื่อให้รู้จักเปิดใจกว้าง ยอมรับความเชื่อหรือวิถีการปฏิบัติที่ต่างออกไปจากตัวเอง

 

คำถามยอดฮิตของเด็ก ๆ มักจะเป็นว่า ทำไมพระต้องโกนผม  เป็นนักบวชแล้วดูโทรทัศน์ได้หรือเปล่า  ครั้นเมื่อบอกให้ฟังว่า คนที่วัดจะต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ ทุกคนพากันร้องอู้ฮูแล้วทำหน้าคัดค้านอย่างชนิดไม่มีวันจะเห็นด้วยเลย 

 

ช่วงที่อยู่วัดอมราวดี มีทั้งเด็กเล็กกลุ่มหนึ่งมาเยี่ยมวัด  คุณครูให้เด็ก ๆ เตรียมอาหารมาใส่บาตรด้วย  ภาพของพระและแม่ชีที่นั่งเรียงกันเป็นแถวและลุกขึ้นไปตักอาหารกันอย่างสงบ คงจะสร้างความแปลกตาให้กับเด็กเหล่านี้ไม่น้อย เพราะดูจะเงียบกริบจนผิดวิสัย 

 

ต่อเมื่อเดินออกไปเที่ยวชมบริเวณวัด เสียงหยอกล้อและผลักไสกันก็เกิดขึ้นตามปกติ  เมื่อท่านอาจารย์พาเข้าไปดูโครงกระดูกในตู้ด้านหลังโบสถ์ ดูจะมีเสียงฮือฮากันเป็นพิเศษ  คนที่กล้าหน่อยก็เอาสองมือล้วงกระเป๋าแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ แบบกึ่งอยากรู้กึ่งอยากถอย  บางคนก็ยืนเกาะอยู่ใกล้ ๆ เพื่อนเพื่อความอุ่นใจ

 

ไม่มีใครบอกได้ว่าเด็ก ๆ เหล่านี้จะมีความประทับใจอย่างไรต่อการมาเยี่ยมชมวัด และจะยังจดจำประสบการณ์เหล่านี้ได้มากเพียงใดในอนาคต  แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งที่ออกไปเดินเล่น ก็ได้เห็นเด็กสองสามคนโบกไม้โบกมือให้  พร้อมกับคุณแม่ที่ร้องบอกว่า เด็กหัวแดงเหล่านี้ไปเยี่ยมวัดเมื่อวันก่อน ยังจำได้หรือเปล่า

 

คนเราแม้จะต่างศาสนาและวัฒนธรรม  หากคงมิตรไมตรีต่อกันไว้ได้ โลกนี้ก็คงไม่เลวร้ายอย่างที่ใคร ๆ คิด

     

2 Responses to “มิตรภาพรุ่นเยาว์”

  1. soilmatter said

    นมัสการครับ
    โรงเรียนที่นั้นดีจังเลยครับ พาเด็กไปเยี่ยมวัดต่างศาสนาด้วย ส่วนของประเทศไทยก็ได้แต่เรียนและนั่งท่องจำเท่านั้น

  2. Khun T said

    นมัสการพระคุณเจ้า

    ตอนเด็กๆก็เคยถามพระพุทธไทยว่าทำไมต้องโกนผมเหมือนกัน

    เคยต่อว่ากับฝรั่งว่าพระคริสต์ฝรั่งที่จับมือถือแขนผู้หญิง อันนี้เหตุเกิดที่เมืองนอก แต่ผมก็ยังเด็กอยู่

    สารพัดอย่างที่เคยเกิดขึ้นจากการมองโลกและเข้าใจว่าโลกทั้งใบต้องเป็นแบบที่เราเรียนรู้มา ไม่รู้ปล่อยไก่หมดไปกี่ตัวกี่เล้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: