The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

ปีแห่งการเดินทาง

Posted by phrajew บน ธันวาคม 30, 2006

 

ตั้งแต่เริ่มเขียนลงบล็อกเป็นต้นมา ไม่ค่อยได้ใช้พื้นที่นี้ในการบอกข่าวสารความคืบหน้าของชีวิตเท่าไรนัก  ทั้ง ๆ ที่เป็นจุดมุ่งหมายประการหนึ่งในการเขียนบล็อก เพราะจะได้ไม่ต้องเขียนจดหมายหรืออีเมล์ถึงใครต่อใครจำนวนมาก ในครั้งนี้จึงจะขอเล่าเรื่องส่วนตัวสำหรับญาติมิตรที่อาจจะแวะมาอ่านตามที่ได้ตั้งเจตนาเอาไว้แต่ต้น

 

ปีที่กำลังจะมาถึงนี้คิดว่าจะเป็นปีที่ต้องเดินทางมากที่สุดในชีวิต  เพราะระหว่างการเดินทางกลับเมืองไทย ได้รับความกรุณาจากหลายฝ่ายให้แวะที่อเมริกา และยังอาจจะต้องเดินทางต่อไปอีกหลายแห่ง  

 

พระอาจารย์ชาวอเมริกันที่คุ้นเคยกันรูปหนึ่งเสนอให้ไปพักที่บ้านในบอสตัน  ครอบครัวของท่านสนใจการปฏิบัติธรรมก่อนที่ท่านจะบวชเสียอีกจึงยินดีที่จะได้รับรองพระ  และจากบอสตันสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในอเมริกา คือ Insight Meditation Society (IMS) ได้  นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

 

ก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจากวัดป่าภาวนา ซึ่งมีท่านเจ้าอาวาสเป็นพระอาจารย์ชาวศรีลังกาที่มีชื่อเสียงมากในอเมริกา  ทางวัดต้องการพระไทยไปร่วมจำพรรษาเพื่อสืบสานธรรมเนียมและการรักษาพระวินัยอย่างเคร่งครัด ดังที่มีพระไทยที่รู้จักกันรูปหนึ่งได้ไปริเริ่มงานไว้อย่างดียิ่ง  เพราะจากที่ไม่เคยมีธรรมเนียมการเดินบิณฑบาตเลย ท่านก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นเป็นกิจวัตรไว้ และพระที่นั่นสามารถงดการจับจ่ายเงินด้วยตนเองและงดขับรถได้ในที่สุด  นับเป็นนิมิตหมายที่ดียิ่งสำหรับความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม

 

อย่างไรก็ตาม คิดว่าไม่สามารถรับนิมนต์ที่จะไปอยู่จำพรรษาที่วัดแห่งนี้ในปีหน้าได้  เพราะนอกจากจะไม่มีความสามารถอธิบายเรื่องพระวินัยได้ดีถึงเพียงนั้นแล้ว ยังมีภาระที่ต้องกลับมาทำที่เมืองไทยอีกด้วย  หากเป็นไปได้ก็คิดว่าอยากจะไปเยี่ยมวัดดังกล่าวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงวอชิงตัน ดีซี เช่นกัน เพราะได้ยินมาว่าเป็นศูนย์กลางในการสื่อสารธรรมะที่มีคนรู้จักกันไม่น้อยเลย 

ถัดจากนั้น คิดว่าจะข้ามฝั่งประเทศอเมริกาไปยังด้านตะวันออก เพราะวัดอภัยคีรีซึ่งเป็นวัดสาขาอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโก  ที่วัดแห่งนี้มีเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนหนึ่งเป็นโยมที่มาร่วมทำบุญและปฏิบัติธรรมเป็นประจำ  เพื่อนคนนี้แจ้งมาว่ายินดีที่จะรับรองและให้ความช่วยเหลือทุกประการระหว่างที่เดินทางไปเยี่ยม  นอกจากนี้ยังมีเหตุบังเอิญด้วยว่า เพื่อนคนหนึ่งที่เคยบวชภาคฤดูร้อนอยู่วัดภูถ้ำช้าง จ.มุกดาหารในรุ่นเดียวกัน ได้เดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในแคลิฟอร์เนียหลายปีแล้ว จึงประจวบเหมาะกับการเดินทางพอดี

 

 

นอกจากนี้แล้ว ในช่วงเทศกาลวิสาขบูชา ได้รับนิมนต์ให้ไปช่วยงานที่วัดธรรมปาลาในสวิตเซอร์แลนด์ด้วย  พระอาจารย์ชาวสวีเดนซึ่งอยู่ที่นั่นเป็นผู้จัดการให้ไปเพราะเห็นว่าจะมีคนไทยจำนวนมากที่มาร่วมงานทุกปี  คิดว่าจะใช้เวลาอยู่ในดินแดนแห่งเทือกเขาแอลป์ประมาณหนึ่งสัปดาห์  เหตุที่อยู่ได้ไม่นานเพราะวางแผนไว้นานแล้วว่าจะเดินธุดงค์ในอังกฤษสักครั้งก่อนเดินทางกลับเมืองไทย

 

ในบรรดาการเดินทางทั้งหมด ให้ความสำคัญกับการธุดงค์มากกว่าอย่างอื่น  เพราะคิดว่าจะเป็นประสบการณ์ที่น่าภาคภูมิใจอีกอย่างหนึ่งที่สามารถเอาชีวิตรอดจากการจาริกแสวงบุญในดินแดนที่ไม่ใช่เมืองพุทธได้  เท่าที่มีพระและแม่ชีฝรั่งออกธุดงค์ ก็มักจะได้รับอาหารจากการบิณฑบาตพอสมควร  แต่เรื่องธุดงค์นี้เป็นเหมือนการผจญภัยนี้ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และหากมีพระหน้าตาเป็นชาวเอเชียออกไปธุดงค์จะเป็นอย่างไร  ทำให้ดูน่าตื่นเต้นกว่าการเดินทางอย่างอื่น

หลังจากนั้นแล้ว ในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เหลืออยู่ในอังกฤษราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม  อาจจะมีคนพาไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ บ้างเล็กน้อย  เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่  ยังไม่เคยออกไปที่ไหนเลย หากไม่นับการไปเยี่ยมวัดสาขาและการรับนิมนต์ไปข้างนอกอีกสองสามครั้ง โดยส่วนตัวแล้วอยากไปเดินดูพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ 

แรกทีเดียว คิดว่าการเดินทางทั้งหมดคงจะยุติเพียงเท่านี้  แต่บังเอิญว่าในระหว่างการพบปะสนทนากับโยมคนไทยที่กำลังจะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านที่เชียงใหม่  พระอาจารย์รูปหนึ่งซึ่งร่วมอยู่ในวงสนทนาด้วยก็เล่าว่า ท่านเคยเดินทางจากเมืองไทยแล้วแวะวัดสาขาในที่ต่าง ๆ ทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกา ก่อนที่จะมาจำพรรษาในอังกฤษ นับเป็นการเดินทางที่เป็นประโยชน์มาก  โยมท่านนั้นที่ได้ฟังแล้วก็ถามขึ้นว่าสนใจที่จะทำอย่างนั้นบ้างไหม เธอยินดีที่จะสนับสนุนค่าเดินทางให้ทั้งหมด

 

จะเห็นได้ว่า ความสนับสนุนดังกล่าวนี้เกิดจากความบังเอิญโดยแท้ เช่นเดียวกับความสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางมาประเทศอังกฤษซึ่งเกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ออกปากบอกใครเลย  จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่ความคิดริเริ่มของตนเองเสียด้วยซ้ำ  น่าอัศจรรย์ใจในบารมีของพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากไม่มีองค์ท่านเหล่านั้นแล้ว ไหนเลยจะมีผู้ให้ความศรัทธาต่อพระภิกษุในพระพุทธศาสนาถึงเพียงนี้ 

แม้ว่าการเดินทางเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือเครือข่ายใด ๆ  แต่หากมองอีกแง่หนึ่งก็เป็นเรื่องของส่วนรวมเช่นกัน  เพราะเจตนาของผู้ให้ความสนับสนุนทุกคนคงไม่ได้เน้นที่ตัวบุคคลในฐานะที่รู้จักหรือชื่นชมกันเป็นพิเศษ  แต่เป็นการสนับสนุนให้พระภิกษุรูปหนึ่งได้มีโอกาสที่จะขยายขอบเขตความเข้าใจเกี่ยวกับโลกและชีวิต เพื่อที่จะได้ทำประโยชน์ต่อพระศาสนาได้มากขึ้นในกาลอนาคต

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคลก็กลายเป็นเรื่องของส่วนรวมไป  และการกระทำที่ดูเหมือนเป็นไปเพื่อตัวเองก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับการกระทำเพื่อผู้อื่นด้วย  เท่าที่ศึกษามา เห็นจะมีแต่พระพุทธศาสนาเท่านั้นที่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงแห่งประโยชน์ดังกล่าวนี้ได้ชัดเจนอย่างนี้

 

เท่าที่เล่ามาคงพอจะเห็นได้ว่า ปีหน้าคงไม่ใช่เวลาของการอยู่นิ่ง ๆ ตามลำพังอย่างที่เคยเป็นมา  เพียงแค่นึกว่าจะต้องเตรียมตัวเดินทางและเตรียมเรื่องเอกสารต่าง ๆ แล้ว ชักจะเริ่มนับวันให้ถึงช่วงพรรษาหน้าโดยไว เพราะถึงแม้การเดินทางจะน่าตื่นเต้นและเป็นประสบการณ์ที่ดีเพียงใด  มักจะรู้สึกยินดีพอใจกับการอยู่กับวัดมากกว่าเสมอ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: