The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

ทำบุญคนละทิศ

Posted by phrajew บน มกราคม 1, 2007

 

วันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา คนไทยมาทำบุญที่วัดกันล้นหลามจนบริเวณศาลาปฏิบัติธรรมที่เคยดูกว้างขวางกลับคับแคบลงไปถนัดใจ  แกล้งพูดเย้ากับพระที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า เราอยู่ในอังกฤษจริงหรือเปล่า สงสัยว่าจะเป็นเชียงใหม่เสียมากกว่ากระมัง เพราะอากาศก็ไม่หนาวจัด  แถมมองไปรอบ ๆ ตัวกลับมีแต่คนไทยเสียอีก

 

ครั้นถึงตอนบ่าย มีพิธีสมาทานศีล 5 เพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่  จำนวนคนที่แออัดอยู่ในห้องโถงกว่าห้าสิบคนนั้นกลับไม่มีคนไทยเลยแม้แต่คนเดียว เช่นเดียวกับการนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมภาคค่ำในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งมีแต่ฝรั่งผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ และมีคนศรีลังกาปะปนอยู่เล็กน้อย

 

ท่าทีในการเข้าถึงพระพุทธศาสนาของคนสองกลุ่มนี้ดูจะต่างกันโดยสิ้นเชิง และไม่ว่าใครที่มาสังเกตการณ์ความเป็นไปภายในวัดจะเห็นภาพที่ตัดกันอย่างชัดเจนนี้ภายเวลาไม่กี่วัน ในขณะที่คนไทยแทบทั้งหมดมีความยินดีกับการทำบุญให้ทานเป็นหลัก ฝรั่งจำนวนมากสนใจเฉพาะการนั่งสมาธิและการบรรยายธรรม  จำนวนคนที่เขียนจดหมายมาขอพักค้างคืนที่วัดก็เป็นฝรั่งผิวขาวเสียร้อยละเก้าสิบห้า

 

ความแตกต่างที่ว่านี้ทำให้ทางวัดอยู่ในสภาวะลักลั่นกับการตั้งรับอยู่ในที  เพราะจะปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันตกไปเสียเลยก็ไม่ได้  เพราะคนไทยและคนศรีลังกาซึ่งเป็นแรงสนับสนุนหลักนั้นมีความคาดหวังต่อวัดในอีกลักษณะหนึ่ง  ถ้าจะชักจูงให้มานั่งสมาธิปฏิบัติธรรมตามเจตนารมณ์ของวัดป่า คนไทยส่วนใหญ่ก็ส่ายหน้าไม่เอาด้วย  ทำให้ทางวัดไม่รู้ว่าจะตอบแทนการสนับสนุนอย่างแข็งขันนี้อย่างไรดี

 

ถ้ามองจากสายตาคนตะวันตก  ท่าทีในการทำบุญของคนไทยนั้นเป็นเรื่องน่าทึ่ง เพราะดูเหมือนเป็นการให้ที่ขาดเหตุผลรองรับอย่างหนักแน่น  ในกรณีที่คนอังกฤษนิยมบริจาคกับหน่วยการกุศลต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการต่อต้านทารุณกรรมต่อสัตว์นั้น  คนตะวันตกส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วยเพราะมีความจำเป็นเกิดขึ้นจริง ๆ  หรือการบริจาคให้วัดซึ่งตนได้ใช้สถานที่ในการนั่งสมาธิหรือมาฟังธรรมนั้นก็ดูชอบด้วยเหตุผล  เพราะขนาดไปนั่งฟังการบรรยายตามที่ต่าง ๆ ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย  หากใช้ประโยชน์จากวัดได้มากดังที่เป็นอยู่ จะไม่ให้บริจาคตอบแทนได้อย่างไร

แต่สำหรับคนไทยนั้น  น้อยคนจะได้มาใช้สถานที่ในการปฏิบัติธรรม เรื่องมาสนทนาปรึกษาปัญหาก็เป็นไปทั้งยาก (ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะข้อจำกัดทางภาษา) แต่กลับบริจาคทานกันอย่างเอาจริงเอาจัง  เวลาทำอาหารมาถวายพระแต่ละครั้งก็ขนกันมาชนิดที่เผื่อแผ่ถึงญาติโยมในวัดได้ทั้งหมด แถมยังเหลืออีกด้วยซ้ำ  ดูช่างเป็นการทำบุญที่ไม่คิดถึงประสิทธิภาพและผลตอบแทนตามแบบฝรั่งเอาเสียเลย  

มีคนบอกว่าเงินบริจาคของวัดประมาณร้อยละหกสิบถึงเจ็ดสิบมาจากคนไทยและคนศรีลังกา เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่า วัดนี้ตั้งอยู่ไม่ได้หากขาดการสนับสนุนของคนเอเชีย  และถึงแม้จะมีความประทับใจต่อการทำบุญตามขนบธรรมเนียมชาวพุทธ  ฝรั่งส่วนใหญ่ก็ยังไม่อาจทำความเข้าใจถึงท่าทีแบบนี้ได้  มิพักจะต้องกล่าวไปไกลถึงการปฏิบัติตามธรรมเนียมที่ว่านี้เลย

 

หากเป็นวัดป่าในเมืองไทย  แม้ว่าครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่จะชื่นชมและอนุโมทนากับการทำบุญของญาติโยม  แต่ท่านมักจะชักจูงให้เกิดความสนใจต่อการปฏิบัติธรรมด้วยเสมอ  การถวายภัตตาหารเนื่องในวันพระหรือในโอกาสพิเศษตามเทศกาลต่าง ๆ นั้น เป็นที่รู้กันว่าท่านจะถือโอกาสนี้อธิบายธรรมะให้ญาติโยมฟังไม่มากก็น้อย  โดยส่วนใหญ่แล้วท่านมักจะพูดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและจิตใจของคนเราด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ปะปนไปด้วยคำในภาษาบาลีมากนัก 

คำสอนที่ได้ยินบ่อย ๆ คือ การเน้นย้ำหน้าที่ของญาติโยมพุทธที่ประกอบด้วยการให้ทาน รักษาศีล และปฏิบัติภาวนา  ในขณะที่ญาติโยมมาทำบุญที่วัดด้วยหัวใจที่อิ่มเอิบ และพากันนั่งด้วยความสงบเพื่อฟังธรรมแม้เพียงสิบห้าถึงยี่สิบนาทีนั้น  เท่ากับเป็นการรักษาศีลและปฏิบัติธรรมอยู่ในตัว  ความชื่นบานในการทำบุญจะทำให้จิตใจสงบลงได้ง่าย  การคิดใคร่ครวญตามหลักคำสอนก็เป็นไปได้ง่ายตามไปด้วย  หลักการชักจูงจิตใจ (หรือจะพูดว่าเป็นการบีบบังคับอยู่ในทีก็ว่าได้) ดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาจนเป็นธรรมเนียมของพระวัดป่าในสายของหลวงพ่อชาเกือบทุกแห่ง

 

ในสำนักสาขาฝ่ายตะวันตก การผสมผสานหน้าที่ทั้งสามด้านของชาวพุทธนั้นยังไม่อาจถือได้ว่าลงตัวมากนัก เพราะมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ  เรื่องนี้ถือว่าน่าเห็นใจสำหรับพระที่เติบโตมาในวัฒนธรรมตะวันตก จะให้เข้าใจรากฐานวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริงก็คงเป็นไปได้ยาก  เช่นเดียวกับพระไทยที่ไม่อาจทำความเข้าใจวิธีคิดแบบตะวันตกได้อย่างถ่องแท้เช่นกัน  การปรับเปลี่ยนขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ชักจูงศรัทธาได้ทั้งชาวตะวันตกและตะวันออก ตลอดจนส่งเสริมการปฏิบัติธรรมให้ก้าวหน้านั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายเลย 

ภาพของฝรั่งที่มาร่วมพิธีสมาทานศีลและรับด้ายสายสิญจน์ผูกข้อมือ หลังจากนั้นก็ร่วมดื่มน้ำชาสนทนากับพระ เชื่อได้ว่าเป็นของแปลกตาสำหรับคนไทยส่วนใหญ่  ส่วนจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับธรรมเนียมแบบตะวันตกนี้ได้หรือไม่  คงต้องถามกันเอาเองว่าคิดเห็นอย่างไร

ถ้าถามพระไทยที่นั่งอยู่ในเหตุการณ์ก็ตอบได้ว่า น้ำชาที่ชงเองนั้นอร่อยพอใช้

2 Responses to “ทำบุญคนละทิศ”

  1. อ่านแล้วเข้าใจมากขึ้นฮะ

  2. ขอบคุณจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: