The Countryside of Chithurst

Reflections of Buddhist monastic life in England

บ้านใกล้เรือนเคียง

Posted by phrajew บน กุมภาพันธ์ 16, 2007

 

บริเวณที่ตั้งของวัดป่าจิตวิเวกเป็นเขตชนบทของแคว้นซัสเส็กส์  มีบ้านเรือนขึ้นอยู่ห่าง ๆ กัน พื้นที่บางส่วนเป็นฟาร์มหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ขนาดใหญ่  เป็นที่รู้กันว่าบริเวณนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของคนที่มีฐานะร่ำรวยเป็นส่วนใหญ่  ชนชั้นกลางหรือชนชั้นแรงงานนั้นต่างพักอาศัยอยู่ในเมืองซึ่งมีกิจการสาธารณูปโภคที่ดีกว่า  ต่างจากการอยู่นอกเมืองซึ่งต้องอาศัยทั้งพาหนะส่วนตัวและต้องใช้เงินในการบำรุงรักษาอาคารสถานที่มากกว่ากันเยอะ 

สภาพที่ว่านี้ดูเหมือนจะกลับกันกับเมืองไทยที่คนยากจนอยู่ตามชนบท  แต่ถ้าสังเกตให้ดีแล้ว อาจเห็นแนวโน้มที่จะเป็นเหมือนอังกฤษอยู่บ้างเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่เขตอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีคนจากเมืองหลวงไปสร้างบ้านแปงเรือนอยู่กันมาก หรืออย่างพื้นที่เขตอำเภอวังน้ำเขียว หรือปากช่องที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้

 

ในบรรดาเพื่อนบ้านของเราทั้งหมด ชื่อของซาร่าห์ ไมลส์ดูจะโดดเด่นกว่าใครอื่น  เพราะนอกจากเธอจะเป็นอดีตนักแสดงที่มีชื่อเสียงในระดับได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำฝ่ายหญิงแล้ว   เธอยังมีอุปนิสัยส่วนตัวที่ไม่เหมือนใคร อาทิเช่น เธอมีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณของต้นไม้เป็นอย่างยิ่ง เวลาที่ใครจำเป็นต้องตัดต้นไม้ หรือเกิดพายุพัดต้นไม้โค่นลง เธอก็จะถึงกับหวีดร้องคร่ำครวญให้ได้ยินกันถ้วนทั่ว  ที่ว่ามานี้ยังไม่เคยได้ยินด้วยตนเองแต่มีคนเล่าให้ฟังตรงกันหลายราย

 

ในบริเวณบ้านของซาร่าห์ซึ่งติดกับพื้นที่วัดนั้น มีน้ำพุโบราณอยู่บ่อหนึ่งที่ได้รับการอ้างถึงในปูมบันทึกดูมเดยส์ซึ่งเป็นเสมือนการสำมะโนประชากรครั้งแรกของโลก  โดยปกติแล้วเธอยินดีให้พระและคนในวัดเข้าไปเยี่ยมชมหรือตักเอาน้ำพุมาใช้ได้ตามสะดวก  แต่วันดีคืนดี เธอก็ให้คนเอากิ่งไม้มาล้อมกั้นเอาไว้เสียอย่างนั้น  พอมีคนถามเข้า เธอก็ว่าไม่มีอะไร แค่กั้นคนภายนอกเข้ามาเท่านั้นเอง  (พึงเข้าใจด้วยว่าคนอังกฤษน้อยคนนักที่จะเดินออกนอกเส้นทางสาธารณะ อย่าว่าแต่เดินเข้าเขตบ้านคนอื่นเลย)

 

มีคนเล่าให้ฟังว่าสมัยที่ยังสาวนั้น เธอมีชื่อเสียงอื้อฉาวไม่เบาเหมือนกัน  แม้กระทั่งทุกวันนี้ บุคลิกของเธอยังคงมาดมั่นและพูดจาโผงผางระคนด้วยคำไม่สุภาพจนนักข่าวบางคนให้ฉายาเธอว่า ‘the lady with a truck driver’s mouth’ ซึ่งจะขออนุญาตไม่แปลให้ฟัง  รู้แต่ว่าเมื่อเพื่อนชาวอังกฤษได้ยินประโยคนี้เข้าก็แทบจะหัวเราะกลิ้งในความสมจริงตามฉายา

 

อย่างไรก็ตาม ถือได้ว่าซาร่าห์นั้นเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของวัดมาตั้งแต่ต้น และยังคงญาติดีกับพระในวัดอยู่พอสมควร  บางคราวเธอก็พาเพื่อนฝูงมาเยี่ยมหรือ มาร่วมกิจกรรมที่วัดบ้างแต่ไม่บ่อยครั้งนัก

 

เย็นวันหนึ่งขณะที่ยืนสนทนากับนักปฏิบัติธรรมชาวอังกฤษคนหนึ่งในห้องครัว  ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินจูงหมาเข้ามา เธอส่งเสียงมาแต่ไกลว่า มีคนบอกให้เธอเข้ามาดื่มน้ำชาได้ที่นี่  เมื่อเข้ามาใกล้จึงได้รู้ว่าเป็นซาร่าห์นั่นเอง  เธอเพิ่งกลับจากกิจกรรมหลักในชีวิตของคนอังกฤษ นั่นคือ การพาหมา (และเจ้าของหมา) ออกไปเดินเล่น แล้วเกิดนึกอยากจะเข้ามาเยี่ยมวัดขึ้นมา  เรื่องน้ำชานั้นเห็นจะเป็นข้ออ้างเสียมากกว่าเพราะเดินไปอีกไม่เท่าไหร่ก็ถึงบ้านของตัวเองแล้ว และไม่เห็นว่าเธอจะอินังขังขอบอะไรกับน้ำชามากนัก 

ชั่วเวลาไม่กี่นาทีต่อจากนั้น ซาร่าห์ก็แปลงพื้นที่ห้องครัวให้กลายเป็นเวทีละครส่วนตัว  เธอเล่าเรื่องราวเก่า ๆ ของวัดให้ฟังอย่างออกรสออกชาติ มีทั้งน้ำเสียงและลีลาท่าทางประกอบ อีกทั้งเคลื่อนย้ายไปทั่วทุกบริเวณ  เคราะห์ดีที่มีโต๊ะตัวใหญ่คั่นระหว่างเราไว้ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าเธอจะบุกเข้ามาประชิดถึงตัวเป็นแน่  เมื่อเล่าเสร็จเธอก็ประกาศเสียงก้องว่าไม่ชอบใจระบบอาวุโสภายในวัดเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมที่สุด  ยามที่เธอเห็นแม่ชีต้องเดินตามหลังพระและต้องคอยนอบน้อมกับพระแล้วรู้สึกสะเทือนใจจนทนไม่ไหว  ครั้งหนึ่งเธอถึงกับคบคิดกับเพื่อนที่จะทำศูนย์ nun’s line เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์จากแม่ชีโดยเฉพาะ 

ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เธอเล่าเป็นเรื่องจริงตามที่รู้สึก หรือเติมสีสันลงไปแบบนักแสดงกันแน่  พระไทยที่ยืนฟังอยู่อดยิ้มไม่ได้  แกล้งแย้งเธอไปว่า หากแม่ชีมีความทุกข์กันมากถึงเพียงนั้น เหตุไฉนจึงมีคนเข้าคิวรอบวชถึงสิบเจ็ดคนกันเล่า  พอได้ฟังดังนั้นเธอก็ทำตาโต เปลี่ยนท่าทีแบบฉับพลัน พร้อมทั้งแสดงความพิศวงถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของคณะแม่ชี

 

สิ่งที่ดูน่าทึ่งสำหรับซาร่าห์คือ ตลอดระยะเวลาที่เธออยู่ในห้องนั้น ไม่รู้สึกเลยแม้แต่น้อยว่าเธออายุมากแล้ว  เพราะพลังของเธอยังดูเหมือนกับนักแสดงในวัยประมาณสี่สิบ  ต่อเมื่อเธอท้าวแขนลงบนโต๊ะ จึงได้เห็นมือที่โผล่พ้นออกมาจากแขนเสื้ออย่างใกล้ชิด  ผิวที่เหี่ยวย่นนั้นบอกให้รู้ถึงอายุที่แท้จริงของเธอซึ่งเกินกว่าเจ็ดสิบแล้ว (ขออนุญาตย้ำอีกทีว่าเจ็ดสิบ!!!)

 

เห็นแล้วนึกถึงหลวงพ่อชาที่ให้ความคิดเห็นต่อผู้หญิงฝรั่งที่ท่านได้พบ ในคราวที่มาเยือนประเทศอังกฤษเป็นครั้งแรกว่า บางคนแก่แล้ว ยังทาปากแด๊งงงงงงงง…..’ ไม่รู้ว่าหากหลวงพ่อได้พบกับซาร่าห์ ท่านจะให้ความเห็นเช่นไร 

 

หลังจากจิบน้ำชาหมดถ้วย ซาร่าห์ก็มีอันต้องอำลาเวทีไปแบบปุบปับ  ผู้ชมสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นหันมามองหน้ากันแล้วอดยิ้มไม่ได้  เราออกปากบอกเธอไปว่า ขอบคุณที่มาสร้างความบันเทิงให้ในวันนี้  เธอจูงหมาออกไปด้วยสีหน้าพออกพอใจ พลางโบกมือให้เราด้วยมาดของนักแสดงรุ่นใหญ่

 

นาน ๆ ที ชีวิตก็มีสีสันแปลกตาให้ได้เห็นเหมือนกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: